7.8/10Zeekr 009
2025 Van · ฿2,399,000 – ฿3,159,000 · 8.0/10 avg from 4 reviews
Tsuit ที่สุดของเรื่องรีวิว
328K·5 เดือนที่แล้ว·
TH

ฆ่า Alphard? รถตู้ไฟฟ้าหรู ZEEKR 009 ลดมอเตอร์-ลด 700,000 บาท! วิ่งไกลขึ้นเป็น 712 กม. ออปชันครบ!- [ที่สุด]
Alphard Killer? Luxury Electric Van ZEEKR 009 - Single Motor, 712 km Range, Fully Loaded!
Zeekr 009 รุ่น Standard FWD คันนี้ทำให้ผมประทับใจมากครับ ออปชันแน่นเกือบเท่ารุ่นท็อป ช่วงล่างถุงลม เครื่องเสียง Yamaha 30 ตำแหน่ง จอ OLED ครบ แบตใหญ่วิ่งได้ไกล แต่ช่วงล่างยังนุ่มไปหน่อยสำหรับถนนเมืองไทย คนเมารถง่ายต้องไปลองนั่งดูก่อน
ความประทับใจแรก
พอได้เห็น Zeekr 009 คันจริงครับ ผมต้องบอกว่าออร่ามันไม่ธรรมดา ดีไซน์ด้านหน้าดุดัน ตกแต่งโครเมียมรอบคัน ขับออกไปบนถนนไม่มีใครกล้าปาดหน้าเลย ไฟหน้า Full LED ปรับองศาตามพวงมาลัย ล้อลาย Starlight 19 นิ้ว คู่กับยาง Pirelli P Zero Elect สำหรับรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ ไฟท้ายยาวซ้ายจรดขวาสวยอลังการ ขับผ่านกลางคืนรู้ทันทีว่านี่คือ 009
รุ่นที่ผมรีวิวคันนี้เป็นรุ่นเริ่มต้น Standard Front Wheel Drive เบาะ 7 ที่นั่ง ซึ่งใช้มอเตอร์หน้าตัวเดียว 340 แรงม้า 373 นิวตันเมตร คู่กับแบต NMC ขนาด 116 kWh วิ่งได้ไกลถึง 712 กม. ตามมาตรฐาน NEDC สิ่งที่หายไปจากรุ่นกลางคือมอเตอร์หลัง 282 แรงม้า ประตูคู่หน้าไม่มีระบบดูดปิด พวงมาลัยไฟฟ้าปรับอัตโนมัติหายไป เบาะไม่มีฮีตเตอร์ และภายในมีให้เลือกสีดำสีเดียว แต่นอกนั้นออปชันแน่นเกือบเท่ารุ่นท็อปเลยครับ
ภายในและความหรูหรา
ภายในตกแต่งด้วยหนัง Nappa สลับวัสดุชั้นดี ผมว่าวัสดุดีเป็นเบอร์ต้นๆในกลุ่มเลย จอกลาง 15.05 นิ้วและจอหลัง 17 นิ้วเป็นจอ OLED ทั้งคู่ คมชัดสวยงามมาก จอหลังมีรีโมทให้ด้วย หน้าตาคล้าย Apple TV ใช้งานง่ายดี แถมยังมีกล้องเซลฟี่ด้านหลังจอด้วยนะครับ
เบาะแถวกลางปรับไฟฟ้า เป่าลมเย็น 3 ระดับ มีระบบนวดปรับได้ 3 ระดับ เป็นเบาะ Zero Gravity กดปุ่มเดียวเอนราบได้เลย ฝั่งตรงข้ามคนขับมีที่วางเท้าปรับไฟฟ้า เหมือนนั่ง First Class บนเครื่องบิน ตู้เย็นในรถทำความเย็นได้ตั้งแต่ -6 ถึงอุ่นร้อน 50 องศาเซลเซียส แต่ช่องค่อนข้างเล็ก วางขวดน้ำแนวตั้งไม่ได้ ต้องวางแนวนอนได้ประมาณ 4 ขวด
หลังคากระจก 2 ตอนพร้อมม่านไฟฟ้า แอร์ 3 โซนปรับทิศทางลมไฟฟ้าตามตำแหน่งที่นั่งจริง เครื่องเสียง Yamaha 30 ตำแหน่งเสียงดีมาก เสียงใสเป็นเอกลักษณ์ของ Yamaha แถวกลางฟังได้กลมกล่อมที่สุด การเก็บเสียงก็ดีเยี่ยม กระจก 2 ชั้น Acoustic Glass รอบคัน ผมว่าเก็บเสียงดีเป็นเบอร์ต้นๆในกลุ่มเลยครับ
เบาะแถว 3 และพื้นที่ภายใน
เบาะแถว 3 ของคันนี้ผมว่าน่าประทับใจมาก ตำแหน่งนั่งไม่ได้ยกสูงจนเกินไป พื้นที่เหนือศีรษะเหลือเกินฝ่ามือ ผมสูง 180 ซม. ยังนั่งได้สบาย เท้าสอดเข้าไปใต้เบาะหน้าได้ แถมรุ่น 7 ที่นั่งมีทางเดินตรงกลางเบาะแถว 2 ให้คนนั่งแถว 3 ยืดเท้าออกไปได้
วัสดุที่วางแขนยังเป็นหนังตกแต่งมาดี มีม่านดึงลงมาเกี่ยวได้ มีช่องชาร์จ USB Type-C และที่วางมือถือ ปรับเอนได้ด้วยมือ แต่การเก็บเสียงแถว 3 จะมีเสียงจากซุ้มล้อหลังเข้ามามากกว่าแถวอื่นนิดหน่อย เพราะกระจกหลังเป็นชั้นเดียว ส่วนพื้นที่เก็บของท้ายรถถ้านั่งเต็ม 7 คนจะเหลือไม่มากนัก แต่พับเบาะแถว 3 แบบ 60/40 ได้ เพียงแต่พับไม่ราบสนิทกับพื้นครับ
สัมผัสการขับขี่
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 7.97 วินาที และ 80-120 กม./ชม. ที่ 4.62 วินาที ถือว่าเพียงพอมากสำหรับมอเตอร์เดียว 340 แรงม้า แป้นคันเร่งตอบสนองปรับได้ 3 ระดับ มีระบบหน่วงเวลาครึ่งวินาทีเมื่อกดคันเร่งสุดเพื่อความปลอดภัย พวงมาลัยเป็นจุดเด่นของคันนี้จริงๆ น้ำหนักปรับได้ 3 ระดับ ที่ความเร็วสูงนิ่งมากจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นรถตู้ ผมว่าพวงมาลัยดีเป็นเบอร์ต้นๆในกลุ่มรถตู้ไฟฟ้าเลย
ช่วงล่างถุงลม 4 ล้อปรับได้หลายโหมด ในมุมมองคนขับ ผมชอบโหมดสปอร์ตที่สุด ให้ความมั่นใจในการขับขี่ดี ไม่นุ่มจนเกินไป แต่โหมดสบายสุดนั้นนุ่มเกินไปสำหรับถนนเมืองไทย โดยเฉพาะตอนผ่านลูกระนาดที่ความเร็วต่ำ รถจะมีอาการโยกเด้งแบบเรือ คนนั่งแถว 3 จะรับรู้ได้มากที่สุด ต้องบอกว่าคันที่ทดสอบเป็นช่วงล่างแบบ Single Chamber แต่คันที่ส่งมอบจริงจะเป็น Dual Chamber ซึ่งน่าจะเนียนขึ้นอีกระดับ
ระบบ Regen เลือกได้ 2 ระดับ มีโหมด One Pedal ด้วย แต่ตอนรถติดสลับหยุดวิ่งจะมีอาการกระตุกเล็กน้อย ผมแนะนำให้ใช้โหมดมาตรฐานจะนุ่มนวลกว่า เบรกเลือกฟีลลิ่งได้ 3 ระดับ และมีโหมด Comfort Braking สำหรับคนขับสไตล์โชเฟอร์ด้วยครับ
แบตเตอรี่และการชาร์จ
แบต NMC 116 kWh สถาปัตยกรรม 400 โวลต์ ผมทดสอบกินไฟจริงที่ความเร็วนิ่งๆ อุณหภูมิภายนอกประมาณ 27 องศา ที่ 80 กม./ชม. กินไฟ 14.1 kWh/100 กม. วิ่งได้ประมาณ 823 กม. ที่ 100 กม./ชม. กินไฟ 17.2 kWh/100 กม. วิ่งได้ 674 กม. และที่ 120 กม./ชม. กินไฟพุ่งไป 23.1 kWh/100 กม. วิ่งได้ 502 กม. ขับจริงในชีวิตประจำวันกินไฟประมาณ 17-18 kWh/100 กม. ได้ระยะ 600-650 กม. ถือว่าไม่แย่เลยสำหรับรถตู้คันใหญ่ขนาดนี้
การชาร์จ DC Fast Charge รองรับสูงสุด 210 kW ช่วงแบตต่ำกว่า 20% รับไฟได้เกือบ 200 kW หลังจากนั้นเข้าแถวๆ 120-130 kW ยาวจนถึง 85% ชาร์จจาก 10-60% ใช้เวลาประมาณ 26 นาที ได้ไฟเพิ่ม 50% วิ่งต่อได้อีก 300-400 กม. ถือว่าชาร์จเร็วระดับกลางๆเมื่อเทียบกับขนาดแบต แต่ถ้าได้แบต 800 โวลต์มาจะเจ๋งกว่านี้อีกเยอะครับ
เทคโนโลยีและความปลอดภัย
ตำแหน่งคนขับมาพร้อมจอมาตรวัดดิจิทัล 10.25 นิ้ว จอกลาง OLED 15.05 นิ้วประมวลผลด้วยชิป Snapdragon 8295 ลื่นไหลดีมาก ไฮไลท์คือจอ AR HUD ขนาด 35.5 นิ้ว ที่รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย สามารถนำข้อมูลการนำทางจาก Google Maps ไปโชว์บน HUD ได้ด้วย เป็นรถคันแรกๆที่ผมเจอแบบนี้ คมชัดสู้แสงดีมากครับ
ระบบสั่งการด้วยเสียงมีไมโครโฟน 6 จุด 6 โซน ตอบสนองไวดี ระบบความปลอดภัยจัดเต็มเท่ารุ่นท็อป มี Adaptive Cruise Control ช่วยควบคุมรถในเลน เปลี่ยนเลนอัตโนมัติ ระบบจอดรถอัตโนมัติ กล้องรอบคัน ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ISOFIX ทั้งแถว 2 และ 3 แต่ซอฟต์แวร์มีจุดที่ต้องปรับปรุง คือไม่จำค่าบางอย่างเช่นโหมดการขับขี่และแอร์ ต้องมาตั้งใหม่ทุกครั้งที่สตาร์ทรถ รอดูว่าจะมีอัปเดต OTA มาแก้ไขในอนาคตครับ
สรุป
Zeekr 009 รุ่น Standard FWD ถือเป็นรถตู้ไฟฟ้าที่น่าสนใจมากครับ ออปชันแน่นเกือบเท่ารุ่นท็อป ตั้งแต่ช่วงล่างถุงลม เครื่องเสียง Yamaha 30 ตำแหน่ง จอ OLED ทั้งหน้าหลัง AR HUD ระบบช่วยขับขี่ครบชุด เบาะแถวกลางนวดเป่าลมเย็น ตู้เย็นในรถ สิ่งที่หายไปจากรุ่นกลางมีแค่มอเตอร์หลัง ประตูหน้าดูดปิด พวงมาลัยไฟฟ้าปรับอัตโนมัติ และฮีตเตอร์เบาะ ซึ่งในเมืองไทยอาจไม่ได้จำเป็นนัก
แบตใหญ่ 116 kWh วิ่งได้ไกลจริง ขับปกติได้ 600 กว่า กม. ไม่ต้องกังวลเรื่องระยะทาง พวงมาลัยดีเกินคาดสำหรับรถตู้ แต่ช่วงล่างโหมดสบายนุ่มไปหน่อยสำหรับถนนเมืองไทย คนเมารถง่ายต้องไปลองนั่งดูก่อน และรอดูว่าคันที่ส่งมอบจริงแบบ Dual Chamber จะดีขึ้นแค่ไหน โดยรวมแล้วเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ามากในกลุ่มรถตู้ไฟฟ้าหรูครับ
ข้อดี
- ออปชันแน่นเกือบเท่ารุ่นท็อป แทบไม่ต้องเสียดาย
- แบต 116 kWh วิ่งได้ไกลมาก ขับจริงได้ 600-650 กม.
- เครื่องเสียง Yamaha 30 ตำแหน่ง เสียงดีเป็นเบอร์ต้นในกลุ่ม
- จอ OLED ทั้งหน้าและหลัง คมชัดสวยงาม
- เก็บเสียงดีเยี่ยม กระจก 2 ชั้นรอบคัน
- ช่วงล่างถุงลม 4 ล้อ พร้อมปรับได้หลายโหมด
- เบาะแถว 2 ปรับไฟฟ้า เป่าลมเย็น นวด ครบ
- ระบบความปลอดภัยและช่วยขับขี่จัดเต็มเท่ารุ่นท็อป
ข้อเสีย
- ช่วงล่างโหมดสบายนุ่มเกินไป คนเมารถง่ายอาจมีปัญหา
- ความเร็วชาร์จ DC ระดับกลาง อยากได้แรงกว่านี้
- ซอฟต์แวร์ไม่จำค่าบางอย่าง ต้องตั้งใหม่ทุกครั้งที่สตาร์ท
- จอ Smart Door Panel ที่ประตูตอบสนองช้ากว่าจอหน้า
- ตู้เย็นช่องเล็ก วางขวดน้ำแนวตั้งไม่ได้
- ประตูคู่หน้าไม่มีระบบดูดปิดอัตโนมัติ
- พับเบาะแถว 3 ไม่ราบสนิทกับพื้นรถ
สรุป
“Zeekr 009 รุ่น Standard FWD เหมาะสำหรับคนที่ต้องการรถตู้ไฟฟ้าหรูพรีเมียม ออปชันครบ วิ่งได้ไกล โดยไม่ต้องจ่ายถึงรุ่นท็อป แต่ถ้าคุณเมารถง่ายหรือต้องการช่วงล่างเฟิร์มแบบยุโรป ควรไปลองนั่งดูก่อนตัดสินใจครับ”