7.5/10Avatr 07
2025 Suv · ฿1,659,000 – ฿1,859,000 · 7.5/10 avg from 2 reviews
Cokey P
467K·4 เดือนที่แล้ว·
TH

รีวิวลองขับ AVATR 07 Ultra AWD รถไฟฟ้า 590 ม้า วิ่งไกล 545 โล/ชาร์จ ช่วงล่างได้ แต่มีข้อควรระวัง
Review and Test Drive: AVATR 07 Ultra AWD - 590 HP EV, 545 km Range, Great Suspension But With Caveats
Avatr 07 Ultra AWD เป็นรถไฟฟ้าพรีเมียมที่ขับสนุกกว่ารุ่นพี่ 11 อย่างเห็นได้ชัด ช่วงล่างถุงลมไม่ย้วยเหมือนรุ่นก่อน กำลัง 590 แรงม้าพุ่งแรงจัด แต่กล้องแทนกระจกมองข้างต้องใช้เวลาปรับตัวพอสมควร
ความประทับใจแรก
พอได้เห็น Avatr 07 คันจริงต้องบอกเลยว่าดีไซน์สวยงามมาก โดยเฉพาะสีม่วงที่เป็นสีโปรโมทของรุ่นนี้ พอโดนแสงสปอร์ตไลท์เห็นประกายเมทัลลิกชัดเจนทีเดียว ไซส์ตัวถังกำลังดีสำหรับถนนเมืองไทย ด้วยความยาว 4,825 มม. กว้าง 1,980 มม. สูง 1,610 มม. และฐานล้อ 2,940 มม. ทำให้คล่องตัวกว่ารุ่นพี่ 11 อย่างเห็นได้ชัด
รถมาพร้อมดีไซน์แนว F-Shape ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ มีกริลด้านหน้าแบบ Active Grille 14 ชิ้นที่เปิดปิดได้อัตโนมัติตามความต้องการระบายความร้อน ล้อ 21 นิ้วพร้อมยาง 265/45 R21 ดูสมส่วนกับตัวรถ มือจับประตูแบบป๊อปอัพที่เรียบเข้าตัวถังเวลาล็อครถ ให้ความรู้สึกพรีเมียมทุกจุดสัมผัส
ดีไซน์ภายนอก
Avatr 07 ทำตลาดในไทย 2 รุ่นย่อย คือ Max มอเตอร์เดี่ยวขับหลัง 337 แรงม้า วิ่งได้ไกล 575 กม./ชาร์จ และ Ultra AWD มอเตอร์คู่ 590 แรงม้า วิ่งได้ 545 กม./ชาร์จ ทั้งคู่ใช้แบตเตอรี่ LFP ขนาด 82.16 กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับเทคโนโลยีชาร์จ 800 โวลต์
จุดที่น่าสนใจคือตัวท็อป Ultra AWD มาพร้อมช่วงล่างถุงลมแบบ CDC Electric Damper ที่ปรับแรงหน่วงได้ 100 ครั้งต่อวินาที ทำให้ตอบสนองต่อสภาพถนนได้อย่างเนียน นอกจากนี้ยังมีออปชั่นเสริมอย่างกล้องแทนกระจกมองข้างที่ช่วยเรื่อง Aerodynamic และเบาะ Nappa หนังแท้แบบ Gravity Seat
ภายในและเทคโนโลยี
ขึ้นมานั่งในห้องโดยสารแล้วต้องอึ้งเลย หน้าจอแสดงผลด้านหน้าขนาด 35.4 นิ้วแบบ 4K ไร้รอยต่อทอดยาวข้ามแดชบอร์ด ให้ข้อมูลครบทั้งความเร็ว แรงดันลมยาง อุณหภูมิ และแผนที่ ส่วนจอกลางทัชสกรีน 15.6 นิ้ว 2K อัตราส่วน 16:9 ใช้ควบคุมฟังก์ชันทุกอย่างของรถ ระบบแผนที่เป็นของ Huawei ทำงานลื่นไหลดี
วัสดุภายในบุนุ่มถึง 81% ของพื้นที่ทั้งหมด แทบไม่มีจุดไหนที่สัมผัสแล้วเจอพลาสติกแข็ง เครื่องเสียง Meridian Premium 25 ลำโพงพร้อมมิติเสียง 7.1.4 ถือว่าเอาเรื่องมาก กระจกหน้าเป็นกระจกคู่เคลือบสารเก็บเสียง ฉนวนกันเสียงรอบคันให้มาแน่นปึ้ก ทำให้ห้องโดยสารเงียบสนิท
เบาะหลังปรับไฟฟ้าได้ทั้งเอนและสไลด์ มีม่านไฟฟ้า ระบบทำความร้อน และที่เท้าแขนพร้อมปุ่มควบคุมครบ พื้นเรียบตลอด ห้องสัมภาระจุ 500 ลิตร พับเบาะได้ถึง 1,325 ลิตร แถมมี Frunk ด้านหน้าอีก 90 ลิตร
สัมผัสการขับขี่
พอได้ลองขับจริงบนถนนเมืองไทย ผมต้องบอกเลยว่าช่วงล่างของ Avatr 07 ดีกว่ารุ่นพี่ 11 อย่างชัดเจน ถ้าใครเคยขับ 11 จะรู้ว่ามันมีอาการยวบย้วยเหมือนนั่งเรือ โดยเฉพาะเวลาเบรกแรงๆ หน้าโย้มาก แต่ 07 กระชับกว่าเยอะ เปลี่ยนเลนที่ความเร็วสูงแล้วตัวรถไม่โอนเอนเท่า Body roll น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
อัตราเร่งของตัว Ultra AWD 590 แรงม้า แรงบิด 645 นิวตันเมตร ไม่ต้องพูดถึงเลย แค่เหยียบคันเร่ง 20% ก็พุ่งฉิวไปแตะ 100 กม./ชม. แป๊บเดียว สิ่งที่ชอบมากคือแป้นเบรกให้สัมผัสคล้ายรถสันดาป ไม่มีอาการเหมือนเหยียบลูกโป่งเหมือนรถไฟฟ้าหลายรุ่น โหมด Comfort พวงมาลัยเบาสบาย เปลี่ยนเป็น Sport พวงมาลัยหนืดขึ้นประมาณ 10-15% คันเร่งตอบสนองไวขึ้นเกิน 50%
แต่ก็มีข้อสังเกตอยู่ คือพอความเร็วเกิน 80 กม./ชม. เริ่มรู้สึกว่าตัวรถมีอาการโครงตามคลื่นถนนบ้าง ไม่ได้นิ่งแน่นเท่ารถยุโรป และพวงมาลัยตัดบนตัดล่างทำให้บางทีกะตำแหน่งตรงไม่ค่อยถูก ต้องสังเกตก้านด้านล่างเป็นตัวบอก
กล้องแทนกระจกมองข้าง
ออปชั่นกล้องแทนกระจกมองข้างเป็นจุดที่ต้องพูดถึงเป็นพิเศษ ข้อดีคือภาพชัดมาก เฟรมเรตดี ปรับมุมได้ 3 ระดับทั้งปกติ มุมกว้าง และมุมกว้างพิเศษ ใช้งานได้ดีทั้งกลางวันกลางคืน ระบบ Blind Spot ก็ยังทำงานปกติผ่านหน้าจอ แสดงผลบริเวณด้านข้างแดชบอร์ดทำให้ชำเลืองตาแค่นิดเดียวก็เห็น
แต่ต้องพูดตรงๆว่าผมขับมาทั้งเส้นทางยังไม่ชินเลย สัญชาตญาณมันพาไปมองตำแหน่งกระจกมองข้างเดิมตลอด ต้องบังคับตัวเองให้ดูแค่หน้าจอ และอีกจุดที่กังวลคือถ้าเลนส์กล้องเลอะ ภาพจะมัวฟุ้งทันที ซึ่งระหว่างทดลองผมสังเกตว่าฝั่งซ้ายเริ่มเลอะนิดหน่อยแล้ว ส่วนฝั่งขวายังชัดแจ๋ว เรื่องนี้ต้องดูแลรักษาเลนส์ให้สะอาดอยู่เสมอ
ความคุ้มค่า
Avatr 07 อัดออปชั่นมาแน่นมากในระดับที่เรียกว่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าคู่แข่งจากยุโรปเลย ทั้งช่วงล่างถุงลม CDC เทคโนโลยีชาร์จ 800 โวลต์ เครื่องเสียง Meridian 25 ลำโพง หน้าจอ 4K ขนาด 35.4 นิ้ว แอร์แบ็ก 9 ใบ เซ็นเซอร์รอบคัน 12 ตำแหน่ง และวัสดุภายในที่พรีเมียมทุกจุดสัมผัส ยังไม่นับออปชั่นเสริมอย่างเบาะ Gravity Seat และกล้องแทนกระจกมองข้างที่เพิ่มความล้ำสมัยได้อีก
ด้วยขนาดตัวถังที่กำลังดีสำหรับถนนเมืองไทย แบตเตอรี่วิ่งได้ไกลถึง 545 กม./ชาร์จ และสมรรถนะ 0-100 ใน 3.9 วินาที ถือว่าเป็นแพ็คเกจที่น่าสนใจมากในกลุ่มรถไฟฟ้าพรีเมียม
สรุป
Avatr 07 Ultra AWD เป็นรถไฟฟ้าพรีเมียมที่ผมประทับใจในหลายจุด โดยเฉพาะช่วงล่างที่ปรับปรุงมาดีกว่ารุ่นพี่ 11 อย่างชัดเจน ไม่ยวบย้วยเหมือนนั่งเรือ อัตราเร่งแรงจัด วัสดุภายในพรีเมียมทุกจุด และเทคโนโลยีจัดเต็ม ไซส์ตัวถังก็เหมาะกับการใช้งานในเมืองไทยมากกว่ารุ่น 11 ที่ใหญ่กว่า
ข้อควรระวังหลักๆคือเรื่องกล้องแทนกระจกมองข้างที่ต้องใช้เวลาปรับตัว และต้องระวังเลนส์เลอะ รวมถึงช่วงล่างที่ยังมีอาการโครงตัวบ้างเมื่อใช้ความเร็วสูง แต่โดยรวมแล้วผมว่า Avatr 07 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับคนที่มองหารถไฟฟ้าหรูหราที่ขับได้สนุกด้วย ใครสนใจแนะนำไปลองขับด้วยตัวเองเลยครับ
ข้อดี
- ช่วงล่างถุงลมกระชับกว่ารุ่นพี่ 11 ไม่ย้วยเวลาเปลี่ยนเลน
- อัตราเร่งแรงจัด 0-100 ใน 3.9 วินาทีจากมอเตอร์คู่ 590 แรงม้า
- วัสดุภายในบุนุ่มถึง 81% พรีเมียมทุกจุดสัมผัส
- เก็บเสียงดีเยี่ยม กระจกคู่เคลือบสารพร้อมฉนวนกันเสียงรอบคัน
- เบาะ Gravity Seat ปรับเอนได้ 120 องศา มีระบบนวด 5 โหมด
- ไซส์กำลังดีสำหรับถนนเมืองไทย คล่องตัวกว่ารุ่น 11
- เครื่องเสียง Meridian 25 ลำโพงพร้อมมิติ 7.1.4
- เซ็นเซอร์และกล้องรอบคันครบครัน แอร์แบ็ก 9 ใบ
ข้อเสีย
- กล้องแทนกระจกมองข้างต้องปรับพฤติกรรมการมอง ไม่ชินในช่วงแรก
- เลนส์กล้องมองข้างอาจเลอะได้ง่าย ทำให้ภาพมัวหรือฟุ้ง
- พวงมาลัยตัดบนตัดล่างทำให้กะตำแหน่งตรงได้ยาก
- ความเร็วเกิน 80 กม./ชม. เริ่มมีอาการโครงตัวตามคลื่นถนนบ้าง
- กระจกมองหลังค่อนข้างเล็กเพราะดีไซน์ตัวถัง
- เบาะหลังไม่ได้กว้างมากเท่ารุ่น 11 เนื่องจากตัวถังเล็กลง
สรุป
“Avatr 07 Ultra AWD เหมาะกับคนที่มองหารถไฟฟ้าพรีเมียมที่ขับสนุก ช่วงล่างดี พร้อมความหรูหราครบครัน แต่ถ้าใครไม่ชอบเทคโนโลยีกล้องแทนกระจกมองข้างหรือต้องการห้องโดยสารหลังกว้างสุดๆ อาจต้องพิจารณาให้ดี”