BYD Dolphin7.2/10
BYD

BYD Dolphin

2026 Hatchback · ฿569,900 – ฿709,900 · 7.2/10 avg from 3 reviews

TechHangout AUTO

TechHangout AUTO

124K·2 เดือนที่แล้ว·TH

Check it out! BYD Dolphin with new face, new interior — hoping it comes to Thailand this year!
ดูบน YouTube

พาชม ! BYD DOLPHIN ปรับหน้าตาใหม่ ภายในใหม่ ลุ้นเข้าไทยปีนี้ !

Check it out! BYD Dolphin with new face, new interior — hoping it comes to Thailand this year!

ผมได้ไปดู BYD Dolphin โฉมใหม่ถึงที่จีนเลยครับ ต้องบอกว่าเปลี่ยนแปลงเยอะมากทั้งหน้าตาและภายใน แก้จุดอ่อนรุ่นเดิมได้ตรงจุด น่าลุ้นเข้าไทยมากครับ

ความประทับใจแรก

ผมได้มีโอกาสไปดู BYD Dolphin โฉมใหม่ที่ศูนย์แสดงรถของ BYD ที่ประเทศจีนครับ ต้องบอกว่าพอเห็นครั้งแรกรู้สึกได้เลยว่าเปลี่ยนไปเยอะมากจากรุ่นเดิมที่เราคุ้นเคย โดยเฉพาะด้านหน้าที่ปรับใหม่ทั้งหมด ทำให้ดูทันสมัยและมีเอกลักษณ์ขึ้นกว่าเดิมชัดเจน

BYD ในยุคนี้พยายามปรับดีไซน์ทุกรุ่นให้มีความคลีนมากขึ้น ลดเส้นสายที่ซับซ้อนลง ซึ่งเป็นทิศทางที่ถูกต้องครับ เพราะรุ่นก่อนหลายคนบ่นเรื่องเส้นสายภายในที่ดูรกไปหน่อย คราวนี้เขาเข้าใจแล้วว่าผู้ใช้ต้องการอะไร

ดีไซน์ภายนอก

จุดที่เปลี่ยนแปลงชัดที่สุดคือด้านหน้าครับ กระจังหน้าและไฟหน้าถูกรวมเป็นเฟรมเดียวกันทั้งหมด ไม่มีการเว้าแยกส่วนเหมือนรุ่นก่อน ไฟหน้าเปลี่ยนเป็นทรงแบนแคบลง ดูเฉียบขึ้น กันชนหน้าปิดทึบคลีน แต่ยังมีช่องรีดอากาศจริงมาให้ ส่วนเซ็นเซอร์และกล้องรอบคันก็ติดตั้งมาครบครับ ด้านหน้ายังคงไม่มีฟรังก์หรือช่องเก็บของ

ด้านข้างมีการเพิ่มเส้นสายเชื่อมจากไฟหน้ามาถึงกระจกมองข้าง ซึ่งรุ่นก่อนไม่มีครับ ทำให้มองด้านข้างดูมีมิติมากขึ้น ล้อยังคงเป็นขนาด 16 นิ้วลายเดิมในรุ่นเริ่มต้น

ด้านท้ายเปลี่ยนใหม่หมดเลยครับ ทั้งฝาท้ายและไฟท้ายขยายใหญ่ขึ้น เล่นโค้งเว้าตามดีไซน์ภาษาใหม่ของ BYD โลโก้ BYD ด้านท้ายเรืองแสงได้ สามารถเปิดปิดผ่านหน้าจอ ซึ่งเปลี่ยนจากคำว่า Build Your Dream มาเป็น BYD สั้นๆ ดูสวยและเรียบง่ายขึ้นครับ

ภายในและเทคโนโลยี

ภายในเป็นอีกจุดที่เปลี่ยนแปลงเยอะมากครับ สิ่งแรกที่สังเกตได้คือโทนสีใหม่เป็นสีครีมอ่อน ทำให้ห้องโดยสารดูกว้างโปร่งขึ้น เบาะเปลี่ยนจากทรง Bucket Seat มาเป็นทรงปกติ ซึ่งผมนั่งแล้วสบายขึ้นจริงๆครับ ซัพพอร์ตดีขึ้น ฟองน้ำมีการปรับปรุงใหม่ เบาะคนขับปรับไฟฟ้าได้แม้ในรุ่นเริ่มต้น ส่วนข้างผู้โดยสารเป็นปรับมือ

คอนโซลกลางเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดครับ จุดสำคัญที่สุดคือแก้ปัญหาเรื่องเข่าชนเกียร์ได้แล้ว เปิดโล่งขึ้นมาก ที่วางแก้วขยายใหญ่สะใจ แบ่งหน้าหลังชัดเจน มีตัวล็อคมาให้ด้วย มีคอนโซล 2 ชั้น มีช่อง Type-A และ Type-C ช่องเก็บของเพิ่มขึ้นหลายจุด ส่วนรุ่นท็อปมีตู้เย็นปรับอุณหภูมิในคอนโซลกลางด้วย

จอหน้าคนขับขยายใหญ่ขึ้นจากเดิมที่เป็นจอเล็กๆ ส่วนจอกลางรุ่นใหม่ไม่หมุนได้แล้ว แต่ UI ใหม่ลื่นไหลดีครับ สามารถเปลี่ยนสีรถในจอได้ ปรับแต่งได้หลากหลาย พวงมาลัยดีไซน์ใหม่มีปุ่มควบคุมครบ มี Paddle Shift สำหรับระบบช่วยเหลือการขับขี่แบบเต็มรูปแบบ กดทีเดียวเข้าทำงานเลย

พื้นที่ใช้สอยและห้องโดยสาร

ตำแหน่งนั่งคนขับมี Headroom เหลือเฟือ นั่งได้สบาย ไม่เบียดครับ ส่วนด้านหลังพื้นที่ไม่ได้หนีจากรุ่นเดิมมาก แต่เบาะหลังทรงใหม่รองรับต้นขาดีขึ้น รู้สึกแน่นขึ้น ที่สำคัญคือมีแอร์หลังเพิ่มมาให้แล้วครับ ปรับซ้ายขวาขึ้นลงได้ เปิดปิดได้ แต่รุ่นเริ่มต้นไม่มีที่วางแขนหลัง ส่วนรุ่นท็อปมีที่วางแขนพร้อมช่องวางแก้ว

ผมชอบที่เขาให้ไฟอ่านหนังสือด้านหลังมาด้วย ซึ่งรถในเซกเมนต์เดียวกันหลายคันไม่ค่อยให้มา กระจกไฟฟ้าออโต้ทั้ง 4 บาน เบาะหลังพับราบได้แต่เป็นโซนเดียว ไม่แบ่ง 60:40 พับแล้วระนาบเรียบดีครับ ใส่ของยาวๆได้สะดวก ท้ายรถยังคงมี 2 ชั้นเหมือนเดิม ปรับยกได้

สเปคและระบบขับเคลื่อน

ในแง่สเปค Dolphin โฉมใหม่ยังคงใช้มอเตอร์ 95 แรงม้าเหมือนเดิมครับ ส่วนรุ่นแรงมีให้ 204 แรงม้า แบตเตอรี่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากรุ่นเดิมมาก แต่จุดที่ปรับปรุงชัดเจนคือความเร็วในการชาร์จที่เพิ่มขึ้นเป็น 110 กิโลวัตต์ ถือว่าไวขึ้นจากเดิมพอสมควร ช่วยให้การชาร์จระหว่างเดินทางไกลสะดวกขึ้นมาก

ช่วงล่างยังคงอิงจากรุ่นเดิมแต่มีการปรับจูนแก้ไขจุดที่อาจจะขัดใจผู้ใช้ ให้ลงตัวมากขึ้น ส่วนระบบ God Eye ที่เป็นกล้องรอบคัน 12 ตัวสำหรับระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง รวมถึงการเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ จะมีในเวอร์ชันจีนครับ แต่สำหรับรุ่นที่เข้าไทยอาจจะยังไม่พร้อมในเร็วๆนี้

ความคุ้มค่า

ถ้าดูจากสิ่งที่ปรับปรุงมาทั้งหมด ต้องบอกว่า BYD ทำการบ้านมาดีครับ แทบทุกจุดที่ผู้ใช้รุ่นเดิมบ่น เขาแก้ไขมาหมด ไม่ว่าจะเป็นที่วางแก้วที่เบียด คอนโซลกลางที่ชนเข่า จอคนขับที่เล็ก เบาะที่นั่งไม่สบาย ทุกอย่างถูกปรับปรุงมาในทิศทางที่ดีขึ้นทั้งนั้น

เมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ออปชันที่ให้มาอย่างแอร์หลัง กล้องรอบคัน เซ็นเซอร์ครบ ไฟ LED ทั้งคัน ถือว่าจัดมาให้แน่นดีครับ แม้วัสดุบางจุดจะยังเป็นพลาสติกอยู่ แต่ก็เข้าใจได้ตามระดับเซกเมนต์ของรถ

สรุป

BYD Dolphin โฉมใหม่ถือเป็นการ Minor Change ที่คุ้มค่ามากครับ เปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกภายในอย่างเห็นได้ชัด ดีไซน์สวยขึ้น ใช้งานสะดวกขึ้น แก้จุดอ่อนเดิมได้แทบทุกจุด ชาร์จไวขึ้น เทคโนโลยีเพิ่มขึ้น

สำหรับตลาดไทย ผมมองว่า Dolphin โฉมใหม่น่าจะเข้ามาแน่นอนครับ เพราะรุ่นเดิมหมดอายุตลาดไปแล้ว แต่ต้องรอลุ้นว่าจะเป็นช่วงไหนของปีนี้ เนื่องจากการพัฒนาจากพวงมาลัยซ้ายมาเป็นขวาต้องใช้เวลาประมาณ 1 ปี ใครกำลังมองหารถไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดสำหรับใช้ในเมือง น่าจับตาตัวนี้ไว้ให้ดีครับ

ข้อดี

  • ดีไซน์ด้านหน้าใหม่หมด สวยขึ้นเยอะ ดูสดใสน่ารัก
  • ที่วางแก้วใหญ่ขึ้น ไม่เบียดกันเหมือนรุ่นเดิม
  • คอนโซลกลางเปิดโล่งขึ้น เข่าไม่ชนเกียร์แล้ว
  • เบาะทรงใหม่นั่งสบายขึ้น ซัพพอร์ตดีขึ้นจริง
  • มีแอร์หลังเพิ่มมาให้
  • จอหน้าคนขับขยายใหญ่ขึ้น ใช้งานง่าย
  • ชาร์จไวขึ้นเป็น 110 กิโลวัตต์
  • มีกล้องรอบคันและเซ็นเซอร์ครบ

ข้อเสีย

  • กระจกมองหลังยังปรับแสงด้วยมือ ไม่ใช่ออโต้
  • รุ่นเริ่มต้นไม่มีฝาท้ายไฟฟ้า
  • แอร์ยังเป็นแบบโซนเดียว ไม่แยกซ้ายขวา
  • วัสดุภายในส่วนใหญ่ยังเป็นพลาสติก
  • เบาะหลังพับได้โซนเดียว ไม่แบ่ง 60:40
  • รุ่นเริ่มต้นไม่มีที่วางแขนหลังและชาร์จไร้สาย

สรุป

7.2/10

BYD Dolphin โฉมใหม่เป็นการยกระดับที่น่าประทับใจ แก้ไขข้อบกพร่องเดิมได้ตรงจุด ใครรอรถไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดน่าลุ้นตัวนี้เข้าไทยครับ

BYD Dolphin Review by TechHangout AUTO — 7.2/10 | Thai EV Comparisons