7.5/10BYD Seal 6
2024 Sedan · ฿899,900 – ฿949,900 · 7.2/10 avg from 2 reviews
autolifethailand official
1.2M·22 วันที่แล้ว·
TH

BYD Seal 6 EV มีพลัง หน้าอย่างดุ ออปชั่นแน่น สู้ศึกรถ sedan ญี่ปุ่น
BYD Seal 6 EV – Aggressive Looks, Packed Options, Ready to Battle Japanese Sedans
BYD Seal 6 EV เป็นซีดานไฟฟ้าที่หน้าตาดุดัน สปอร์ต ออปชั่นแน่นมาก ทั้งกล้อง 360 องศา Adaptive Cruise Control จนถึงจุดหยุดนิ่ง และระบบ ADAS ครบครัน ผมว่าถ้าขับดีด้วยนี่คู่แข่งซีดานญี่ปุ่นต้องเหนื่อยแน่นอน
ความประทับใจแรก
พอได้เห็น BYD Seal 6 EV ครั้งแรก ต้องบอกว่าประทับใจเลยครับ ทาง BYD ตั้งใจส่งซีดานไฟฟ้าตัวนี้เข้ามาแข่งขันกับซีดานญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น Civic หรือ Altis เลยทีเดียว รถมี 2 รุ่นย่อยให้เลือก คือรุ่น Dynamic เป็นรุ่นเริ่มต้น และรุ่น Premium เป็นรุ่นท็อป ทั้งสองรุ่นใช้แบตเตอรี่ขนาดเท่ากันที่ 56.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ไกลเท่ากัน 485 กม. แต่แตกต่างกันที่ขนาดมอเตอร์และออปชั่นบางอย่าง
รุ่น Dynamic ให้มอเตอร์ 130 แรงม้า 220 นิวตันเมตร ส่วนรุ่น Premium ให้มอเตอร์ใหญ่ขึ้นเป็น 217 แรงม้า 330 นิวตันเมตร ทั้งสองรุ่นเป็นระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ซึ่งหาได้ยากในเซกเมนต์นี้ของบ้านเรา น่าสนใจมากครับ
ดีไซน์ภายนอก
ดีไซน์ด้านหน้าดูค่อนข้างทันสมัย มีกลิ่นอายคล้าย Sealion 5 อยู่บ้าง ไฟหน้า LED เต็มระบบพร้อมเปิดปิดอัตโนมัติทั้งไฟหน้าและไฟสูง มีช่องดักลมด้านหน้าที่เป็นของจริงไม่ใช่ช่องหลอก ทำหน้าที่ระบายความร้อนให้เบรกหน้าได้จริง ไฟ Daytime Running Light ของตัวท็อปลากยาวคาดกลางทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ดูเต็มสายตามาก
ด้านข้างมีทรงแบบสปอร์ตคูเป้ที่ลากเส้นสายมาอย่างลงตัว ตัวท็อปใช้ล้อแม็กขอบ 18 ยาง 225/50 R18 พร้อมดิสก์เบรก 4 ล้อ ส่วนตัวเริ่มต้นเป็นขอบ 17 กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ มี NFC และไฟเลี้ยวในตัว ตัวท็อปได้หลังคา Panoramic Sunroof ด้วย ส่วนด้านท้ายมีไฟท้ายลากยาวคาดเต็ม พร้อมเซ็นเซอร์ RCTA และระบบเบรกอัตโนมัติด้านหลัง ภาพรวมดูดุดัน แน่น เต็มถนนครับ สีเทาดูดุกว่าสีขาวเยอะเลย
ภายในห้องโดยสารและเทคโนโลยี
ภายในห้องโดยสารใช้แพลตฟอร์มเดียวกับ Sealion 5 หน้าจอกลาง 14.2 นิ้ว หน้าจอมาตรวัด 10.1 นิ้ว สามารถสไลด์หน้าจอและปรับดีไซน์ได้ตามชอบ ระบบใช้งานไม่ยากถ้าคุ้นเคยกับ BYD อยู่แล้ว มีแผนที่นำทาง โหมดการขับขี่ Eco, Normal, Sport และ Snowfield ครบครัน
ตัวท็อปมี Ambient Light ปรับสีได้ เบาะหน้าไฟฟ้า 8 ทิศทาง มีเบาะระบายอากาศ Wireless Charger 50 วัตต์ และพวงมาลัยหุ้มหนังสังเคราะห์ ส่วนตัวเริ่มต้นเบาะผู้ขับยังเป็นไฟฟ้า 6 ทิศทาง แต่ไม่มี Ambient Light ไม่มี Wireless Charger และไม่มีเบาะระบายอากาศ ทั้งสองรุ่นมี USB-A และ USB-C ทั้งหน้าและหลัง ช่องแอร์หลังแยกซ้ายขวา และกระจกมองข้างปรับพับไฟฟ้า
แผงหน้าปัดมีดีไซน์ที่ดูคล้ายรถยุโรป ไม่สะท้อนตาเวลานั่งขับ วัสดุโดยรวมไม่ได้หรูหราสุดๆ แต่เก็บงานดี ที่ประทับใจคือจุดต่างๆ อย่างฝาปิดช่องเก็บของทำมาหนืดอย่างดี ให้ความรู้สึกถึงคุณภาพที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ
พื้นที่ห้องโดยสารและสัมภาระ
พื้นที่ห้องโดยสารหลังต้องบอกว่าประทับใจมากครับ ทั้งพื้นที่วางขาและพื้นที่เหนือศีรษะกว้างขวาง แม้จะเป็นทรงสปอร์ตคูเป้แต่หลังคาโค้งมาอุ้มศีรษะได้ดี ใหญ่กว่า Altis และใหญ่กว่า Civic อย่างเห็นได้ชัด มีที่พักแขนกลาง ที่วางแก้วน้ำ 2 ใบ และจุดเชื่อมต่อ USB ให้พร้อม เบาะเป็น PVC สังเคราะห์ นุ่มระดับหนึ่งแต่ไม่ถึงกับแน่น มี ISOFIX สำหรับติดตั้งเบาะเด็กด้วย
เบาะหลังพับได้แต่ไม่ราบสนิท มีระดับต่างกันอยู่เล็กน้อย ซึ่งในความเป็นซีดานก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ส่วนท้ายรถเก็บสัมภาระได้ลึกมาก แต่ไม่สูงนักตามทรงรถ ฝาท้ายเปิดด้วยระบบไฮดรอลิก ไม่ใช่ไฟฟ้า แต่ให้ฟิลลิ่งการเปิดที่เนียนดีครับ วัสดุบุภายในท้ายรถเป็นพลาสติกแข็ง ไม่ได้เนี้ยบเท่าไหร่แต่ก็เก็บงานดี
ระบบความปลอดภัยและ ADAS
ระบบความปลอดภัยและ ADAS ของ Seal 6 EV ถือว่าจัดมาแน่นมากทั้งสองรุ่น มีกล้องรอบคัน 360 องศา เซ็นเซอร์หน้าหลัง Adaptive Cruise Control จนถึงจุดหยุดนิ่ง ระบบเตือนออกนอกเลน เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ เตือนการชนด้านหน้า RCTA เตือนการชนด้านหลังพร้อมเบรกอัตโนมัติ และที่เซอร์ไพรส์คือมีระบบช่วยถอยจอดอัตโนมัติด้วย
ระบบปรับความเร็วบนทางโค้งก็มีมาให้ครบ ต้องบอกว่าในระดับเซกเมนต์นี้ ออปชั่นด้านความปลอดภัยขนาดนี้ถือว่าเหนือกว่าซีดานญี่ปุ่นหลายรุ่นอย่างชัดเจน ตัวเริ่มต้นก็ยังคงระบบ ADAS ไว้ครบเหมือนตัวท็อป ตัดไปเฉพาะออปชั่นความสวยงามและความสะดวกสบายบางส่วนเท่านั้น
การชาร์จและระยะทาง
ทั้งสองรุ่นรองรับการชาร์จ DC สูงสุด 100 กิโลวัตต์ และ AC 6.6 กิโลวัตต์เท่ากัน แบตเตอรี่ 56.4 กิโลวัตต์ชั่วโมงเท่ากัน วิ่งได้ 485 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC น่าสนใจที่มอเตอร์ต่างกัน พละกำลังต่างกัน แต่ระยะทางเท่ากัน ซึ่งตัวเลขจริงในการใช้งานจะกินไฟขนาดไหนต้องรอลองขับจริงครับ
เรื่องที่น่าสนใจคือในหน้าจอสามารถตั้งค่า AC ได้หลายระดับ ซึ่งดูเหมือนจะรองรับได้มากกว่า 6.6 กิโลวัตต์ที่สเปกระบุไว้ แต่อาจต้องอัปเดตซอฟต์แวร์เพิ่มเติม
สรุป
BYD Seal 6 EV เป็นซีดานไฟฟ้าที่ผมว่าน่ากลัวมากสำหรับคู่แข่งซีดานญี่ปุ่น ดีไซน์สปอร์ตคูเป้ดูดุดันแน่น ออปชั่นแน่นปึ้ก ระบบ ADAS ครบ พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางกว่าคู่แข่ง แถมยังขับเคลื่อนล้อหลังซึ่งน่าจะให้สัมผัสการขับที่สนุก
ตัวท็อปที่ 217 แรงม้า 330 นิวตันเมตร นี่แรงกว่าซีดานญี่ปุ่นในเซกเมนต์นี้อย่างเห็นได้ชัด แม้แต่ตัวเริ่มต้น 130 แรงม้าก็ยังแรงกว่า Civic และ Altis อยู่ดี สิ่งที่ยังต้องรอพิสูจน์คือเรื่องช่วงล่าง ความรู้สึกในการขับจริง และอัตราการกินไฟในสภาพการใช้งานจริงของบ้านเรา แต่ถ้ามองจากสเปกและออปชั่นที่ได้มา ต้องบอกว่าซีดานญี่ปุ่นต้องทำการบ้านหนักขึ้นแน่นอนครับ
ข้อดี
- มอเตอร์ตัวท็อป 217 แรงม้า 330 นิวตันเมตร แรงจัด
- วิ่งได้ไกล 485 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
- ระบบ ADAS ครบครัน มีระบบช่วยถอยจอดอัตโนมัติ
- กล้องรอบคัน 360 องศา และเซ็นเซอร์รอบคัน
- ห้องโดยสารหลังกว้างขวาง พื้นที่เหนือศีรษะดี
- ดีไซน์สปอร์ตคูเป้ หน้าตาดุดันเต็มถนน
- ตัวท็อปมี Ambient Light, หลังคาซันรูฟ, Wireless Charger 50 วัตต์
- ดิสก์เบรก 4 ล้อ ช่องดักลมหน้าเป็นของจริง
ข้อเสีย
- ฝาท้ายไม่ใช่ระบบไฟฟ้า เปิดด้วยไฮดรอลิก
- วัสดุบุท้ายเก็บสัมภาระเป็นพลาสติกแข็ง ไม่เนี้ยบนัก
- เบาะพับไม่ราบเรียบสนิท มีระดับต่างกัน
- ตัวเริ่มต้นขาด Ambient Light, Wireless Charger และหลังคาซันรูฟ
- ยังไม่ได้ทดลองขับจริง ยังไม่รู้เรื่องช่วงล่างและการกินไฟ
- แผงภายในสวยแต่ยังไม่มั่นใจเรื่องความทนทานระยะยาว
สรุป
“BYD Seal 6 EV เหมาะสำหรับคนที่มองหาซีดานไฟฟ้าหน้าตาสปอร์ต ออปชั่นเต็ม วิ่งได้ไกล และต้องการทางเลือกใหม่แทนซีดานญี่ปุ่น แต่ถ้าใครยังห่วงเรื่องสถานีชาร์จหรืออยากได้ช่วงล่างที่พิสูจน์แล้ว อาจต้องรอทดลองขับจริงก่อนตัดสินใจ”