BYD Sealion 77.2/10
BYD

BYD Sealion 7

2024 Suv · ฿1,249,900 – ฿1,399,900 · 7.5/10 avg from 3 reviews

Tsuit ที่สุดของเรื่องรีวิว

Tsuit ที่สุดของเรื่องรีวิว

328K·8 เดือนที่แล้ว·TH

Deep Dive Pros & Cons! Real Driving Review BYD Sealion 7 Premium - How Far Does It Really Go? Saggy Suspension?
ดูบน YouTube

เจาะลึกข้อดี-ข้อเสีย! รีวิวขับจริง BYD SEALION 7 Premium วิ่งจริงได้เท่านี้? ช่วงล่างย้วย? - [ที่สุด]

Deep Dive Pros & Cons! Real Driving Review BYD Sealion 7 Premium - How Far Does It Really Go? Saggy Suspension?

BYD Sealion 7 เป็นรถ SUV Coupe ไฟฟ้าที่ให้ความคุ้มค่าสูง ภายในกว้างขวาง วัสดุดี แบตใหญ่ 82.5 kWh วิ่งได้ไกล แต่ช่วงล่างเน้นนุ่มสบายไม่สปอร์ตอย่างที่หน้าตาบอก และแป้นเบรกต้องกดลึกกว่าจะจับแน่นซึ่งเป็นจุดที่ต้องระวัง

ความประทับใจแรก

พอเห็น BYD Sealion 7 คันจริงต้องบอกว่าตัวรถใหญ่โตกว่าที่คิดมาก ด้วยฐานล้อ 2.93 เมตร ยาวกว่า Fortuner ถึง 18 ซม. และยาวกว่า Honda CR-V อีก 23 ซม. ทรง SUV Coupe ดูสปอร์ตน่ามอง โดยเฉพาะด้านหน้าที่ให้ความรู้สึกคล้ายรถซูเปอร์คาร์เลยทีเดียว

ผมอยู่กับรถคันนี้เป็นรถคันหลักนานกว่า 1 สัปดาห์ ขับไปต่างจังหวัด ขับในเมืองรถติด วิ่งทางด่วน มอเตอร์เวย์ รวมระยะทางกว่า 600 กม. ก็เลยอยากมาแชร์ทุกแง่มุมให้ทุกคนได้รู้กัน

ดีไซน์ภายนอก

ดีไซน์ภายนอกของ Sealion 7 ต้องยอมรับว่าเท่จริง ด้านหน้าโลโก้ BYD ขนาดใหญ่ ไฟหน้า LED ทรงแหลมคมเหมือนรถสปอร์ต มีไฟเลี้ยวแบบ Sequential ทั้งหน้าและหลัง ดูดีเวลาเปิดใช้งาน แถมมี Cornering Light ช่วยส่องสว่างมุมอับเวลาเลี้ยวด้วย

สัดส่วนตัวรถกว้าง 1.925 เมตร แต่สูงแค่ 1.62 เมตร ทำให้ดูแบนเตี้ยสปอร์ต เส้นสายด้านข้างลาดลงมาสไตล์ Coupe คล้าย Mercedes GLC Coupe เลย ส่วนด้านท้ายไฟ LED ทรงหยดน้ำยาวซ้ายจรดขวา กลางคืนสวยดี แต่โดยรวมด้านท้ายผมว่ายังไม่ลงตัวเท่าด้านหน้าเท่าไหร่ มือเปิดประตูแบบซ่อนที่ดึงขึ้นมาเปิดได้ เป็นเอกลักษณ์ที่น่ารัก เพราะออกแบบให้คล้ายอุ้งมือสิงโตทะเลนั่นเอง

ภายในและเทคโนโลยี

เปิดประตูเข้ามา วัสดุภายในต้องชมเลยว่าเกินความคาดหมาย บุนุ่มรอบคันตั้งแต่คอนโซล แผงประตู ไปจนถึงด้านล่าง ที่เก็บของเยอะมากจริงๆ คอนโซลกลางลึก 2 ชั้น บุหนังป้องกันเสียงกระทบ กล่องเก็บของวางขวดน้ำ 750 ซีซี ได้มิดทั้งขวด แผงประตูทั้ง 4 บานเก็บของได้เยอะ ท้ายรถจุ 500 ลิตร พับเบาะหลัง 60:40 ได้ถึง 1,769 ลิตร และมี Frunk หน้า 58 ลิตรอีกด้วย

จอมาตรวัดดิจิทัล 10.25 นิ้ว จอกลาง 15.6 นิ้ว หมุนได้ตามเอกลักษณ์ BYD รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย มี Head-up Display สว่างสู้แสง แม้ใส่แว่น Polarized ก็ยังเห็น Ambient Light ปรับได้ 128 สี มีระบบกรอง PM 2.5 พร้อม Ionizer และ Wireless Charger 50 วัตต์ ที่มีพัดลมระบายความร้อน

แต่ข้อที่ควรปรับปรุงคือเรื่องซอฟต์แวร์ ปิดไฟ DRL ไม่ได้ ระบบ DMS ไม่จำค่าเวลาสตาร์ทใหม่ หน้าจอกลางคืนยังสว่างเกินไป บางเมนูซ่อนอยู่ลึกหาไม่เจอ เช่น การตั้งไฟห้องโดยสารอัตโนมัติ และ UI ของการปรับเบาะระบายอากาศมีหน้าตาไม่เหมือนกัน 2 แบบ ซึ่งน่าจะแก้ได้ด้วยอัปเดตซอฟต์แวร์

พื้นที่ห้องโดยสารและความสะดวกสบาย

ผมสูง 180 ซม. นั่งได้สบายทุกตำแหน่ง ปรับเบาะคนขับแล้วย้ายมานั่งหลัง พื้นที่ช่วงขาเหลือเยอะมาก พื้นกลางเรียบสนิทจากแพลตฟอร์ม EV ย้ายมานั่งตรงกลางก็ยังพอไหว เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบเป่าเย็น เบาะคนขับ 8 ทิศทาง บวกดันหลัง 4 ทิศทาง พร้อมเบาะรองนั่งยืดออกได้ เสียดายไม่มีระบบนวดมาให้

แอร์เย็นฉ่ำถือว่าใกล้เคียงรถญี่ปุ่น หลังคากระจกบานโตมีม่านทึบไฟฟ้าปิดได้เอาอยู่ แต่ข้อสังเกตคือหลังดับรถนานๆ เปิดแอร์แล้วต้องรอประมาณ 30 วินาที กว่าลมเย็นจะเริ่มออกมา การเก็บเสียงถือว่าดีในระดับคลาส ที่ความเร็ว 120 กม./ชม. ก็ไม่ดังมาก เครื่องเสียง Dirac 12 ลำโพง เสียงดีแต่เบสไม่ลึกเท่าที่ควร เสียงใสยังไม่คมชัดนัก ให้คะแนนสัก 7-8 จากเต็ม 10

สัมผัสการขับขี่

มอเตอร์เดี่ยว 331 แรงม้า แรงบิด 380 นิวตันเมตร ทดสอบ 0-100 ได้ 6.49 วินาที เร่งแซง 80-120 ได้ 3.77 วินาที แรงเหลือเฟือแม้เป็นรุ่นมอเตอร์เดียว คันเร่งค่อนข้างลีเนียร์ขับง่าย แต่ช่วงแรกจะมีอาการอมนิดหน่อยก่อนจะพุ่งไป โหมด Sport กับ Normal อัตราเร่งแทบไม่ต่างกัน ยกเว้นโหมด Eco ที่ช้าลงชัดเจน

พวงมาลัยปรับน้ำหนักได้ 2 โหมด Comfort กับ Sport ต่างกันประมาณ 20-30% ขับสบายเน้นเดินทางไกล ไม่ได้ให้ฟีลคมสปอร์ต การคืนพวงมาลัยช่วงท้ายช้านิดหน่อย ต้องเอามือประคองกลับ วงเลี้ยวแคบกว่า Tesla Model Y เหมาะกับการใช้งานในเมือง

เรื่องเบรกเป็นจุดสำคัญที่ต้องบอก แป้นเบรกต้องกดลึกเกินครึ่งถึงจะจับแน่น 30% แรกจับเบามาก ใครขับแนวเร่งเบรกบ่อยต้องเผื่อระยะให้ดี ส่วนช่วงล่างแบบ FSD ด้านหน้า Double Wishbone หลัง Multi-link เน้นนุ่มนวลสุดๆ ผ่านหลุมบ่อเก็บได้ดี แต่ที่ความเร็วสูงช่วงล่างเก็บไม่อยู่ มีอาการดึ๋งๆ เหมือนลูกชิ้นในน้ำ และ Body Roll เวลาเปลี่ยนเลนเร็วค่อนข้างเยอะ แม้ที่ 50-60 กม./ชม. ก็รู้สึกได้ สำหรับคนนั่งหลัง ช่วงล่างกลับให้ความรู้สึกลอยนุ่มนวล นั่งสบายกว่าข้างหน้าเสียอีก

อัตราการกินไฟและการชาร์จ

จากการทดสอบขับจริง ที่ 80 กม./ชม. กินไฟ 15.6 kWh/100 กม. วิ่งได้ประมาณ 528 กม. ที่ 100 กม./ชม. กินไฟ 19 kWh/100 กม. วิ่งได้ 434 กม. และที่ 120 กม./ชม. กินไฟพุ่งไป 21.9 kWh/100 กม. เหลือแค่ 376 กม. ที่ความเร็วสูงถือว่ากินไฟเยอะทีเดียว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะน้ำหนักตัวรถถึง 2,225 กก.

การชาร์จ DC สเปครองรับสูงสุด 150 kW ทดสอบจริงที่สถานี Ultra Fast Charge แบตต่ำกว่า 40% รับไฟได้เกินสเปคเล็กน้อย หลัง 40% ลดลงเหลือแถวๆ 70 kW ชาร์จจาก 9% ถึง 59% ใช้เวลา 26 นาที ถือว่าระดับกลางๆ ในกลุ่มรถระดับเดียวกัน รองรับ V2L สูงสุด 2,200 วัตต์ พอออกแคมป์ได้สบาย

ความปลอดภัย

ระบบเซฟตี้จัดเต็มเหมือนกันทุกรุ่นย่อย ถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง ระบบ Adaptive Cruise Control ทำงานได้จนถึงจุดหยุดนิ่ง ช่วยประคองพวงมาลัยเข้าโค้ง มีระบบเตือนจุดอับสายตา เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ จดจำป้ายจราจร ไฟสูงอัตโนมัติ กล้องรอบคัน 360 องศา เซ็นเซอร์หน้า 2 จุด หลัง 4 จุด และจุดยึด ISOFIX 3 ตำแหน่ง ถือว่าให้มาครบถ้วนสมกับรถยุคนี้

สรุป

BYD Sealion 7 รุ่น Premium เป็น SUV Coupe ไฟฟ้าที่ให้ออปชันจัดเต็ม ภายในกว้างขวาง วัสดุดีเยี่ยม ระบบเซฟตี้ครบ แบตใหญ่วิ่งได้ไกล ขับสบายนุ่มนวลเหมาะกับครอบครัวที่ต้องการรถไฟฟ้าขนาดใหญ่สำหรับเดินทางไกล

แต่ต้องยอมรับว่าช่วงล่างไม่ได้สปอร์ตอย่างที่หน้าตาบอก แป้นเบรกต้องกดลึกซึ่งเป็นจุดที่ต้องทำความเคยชิน ซอฟต์แวร์ยังมีบั๊กเล็กน้อยและเมนูบางจุดยังไม่ลงตัว กินไฟค่อนข้างเยอะที่ความเร็วสูง ผมแนะนำว่าก่อนตัดสินใจควรไปลองขับลองสัมผัสด้วยตัวเอง พาคนที่บ้านไปนั่งดูว่าแมตช์กับการใช้งานของเราหรือเปล่า

ข้อดี

  • ภายในกว้างขวางมาก คนสูง 180 ซม. นั่งได้สบายทุกตำแหน่ง
  • วัสดุตกแต่งภายในบุนุ่มรอบคัน คุณภาพดีเกินคาด
  • ที่เก็บของเยอะมาก ทั้งคอนโซลกลาง แผงประตู และท้ายรถ
  • แบตเตอรี่ 82.5 kWh วิ่งได้ไกล ชาร์จ DC ได้เกินสเปค
  • ระบบความปลอดภัยจัดเต็ม ถุงลม 9 ตำแหน่ง
  • ดีไซน์ภายนอกหล่อสปอร์ต ไฟ LED สวยงาม
  • มีหลายวิธีปลดล็อครถ ทั้งกุญแจ การ์ด NFC และแอป
  • ช่องชาร์จครบทั้ง Type-A และ Type-C ทั้งหน้าหลัง

ข้อเสีย

  • แป้นเบรกต้องกดลึกมากกว่าจะจับแน่น ต้องเผื่อระยะเบรก
  • ช่วงล่างเน้นนุ่ม มีอาการ body roll เวลาเปลี่ยนเลนเร็ว
  • กินไฟค่อนข้างเยอะที่ความเร็วสูง โดยเฉพาะ 120 กม./ชม.
  • ปิดไฟ DRL หน้ารถไม่ได้
  • อินเทอร์เฟซจอบางเมนูอยู่ลึกและไม่สอดคล้องกัน
  • ระบบ DMS รีเซ็ตทุกครั้งที่สตาร์ทรถใหม่
  • เครื่องเสียงเบสไม่ลึก เสียงใสยังไม่คมชัดเท่าที่ควร
  • ไม่มีระบบ One Pedal รถไม่หยุดเองช่วงสุดท้าย

สรุป

7.2/10

Sealion 7 เหมาะกับคนที่ต้องการ SUV ไฟฟ้าขนาดใหญ่ ขับสบาย เน้นเดินทางไกลและใช้งานครอบครัว แต่ถ้าใครต้องการฟีลสปอร์ตจริงจังหรือชอบขับแบบดุดันอาจจะต้องปรับตัวกับช่วงล่างและเบรกที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสิ่งนั้น

BYD Sealion 7 Review by Tsuit ที่สุดของเรื่องรีวิว — 7.2/10 | Thai EV Comparisons