6.5/10Chery V23
2025 Suv · ฿699,900 – ฿889,900 · 6.4/10 avg from 3 reviews
autolifethailand official
1.2M·1 เดือนที่แล้ว·
TH

ได้หล่อ ไม่เน้นลุย ไม่ซิ่ง ใช้ในเมือง!!CHERY V23 Peak 4WD รถทรงกล่อง ขับสบายในเมือง ช่วงล่างแอบนุ่ม
Looks Great, Not for Off-Road, Not Fast — City Use!! CHERY V23 Peak 4WD Boxy EV, Comfy City Driving, Surprisingly Soft Suspension
Chery V23 เป็นรถทรงบ็อกซี่สไตล์ G-Class ที่ได้หล่อได้เท่จริงๆ ขับในเมืองสบายมาก คล่องตัวดี แต่ช่วงล่างนุ่มเกินไปและไม่เหมาะกับการขับเร็วหรือวิ่งทางไกล เป็นรถที่ซื้อด้วยความชอบในดีไซน์มากกว่าสมรรถนะ
ความประทับใจแรก
พอเห็น Chery V23 ครั้งแรก ต้องยอมรับเลยว่ามันหล่อ มันเฟี้ยวจริงๆ ทรงบ็อกซี่สไตล์เรโทรที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Mercedes-Benz G-Class แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไฟหน้ากลม คิ้วล้อดุดัน ล้อยางขนาด 265/45 R21 ดูบึกบึน มีชายบันได มือจับราบไปกับบอดี้ ฝาท้ายแบบเปิดข้างมีกล่องใส่ของ ทุกอย่างลงตัวมาก
วันนี้ผมเอาตัวท็อปสุด รุ่น Peak ขับเคลื่อน 4 ล้อมาทดสอบ พละกำลัง 211 แรงม้า แรงบิด 292 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ 81 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ 430 กม.ต่อการชาร์จ 1 ครั้งตามมาตรฐาน NEDC แต่ใช้งานจริงน่าจะอยู่ที่ประมาณ 380-390 กม.
ดีไซน์ภายนอก
ดีไซน์ทรงกล่องแบบนี้หนีกันไม่พ้นในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็น Suzuki Jimny, Tank 300 หรือ Jaecoo J6 ก็มาในแนวบ็อกซี่กันหมด แต่ V23 เนี่ยโดดเด่นตรงไฟหน้ากลมที่ให้ความเรโทรมากกว่าคู่แข่ง ดูเท่คนละแบบ
จุดที่ต้องพูดถึงคือกระจกมองข้าง ทาง Chery ออกแบบมาแนวตั้งสีดำ ดูเท่ก็จริง แต่มุมมองค่อนข้างแคบ ไม่ค่อยกระจ่างตาเท่าที่ควร ทาง Chery บอกว่ามีกรอบเปลี่ยนให้กระจกใหญ่ขึ้นได้ แต่จะเสียความสวย ถ้าเป็นผมเลือกเปลี่ยนเพื่อความปลอดภัยดีกว่า
ภายในและเทคโนโลยี
ข้างในดูดี มินิมอลสะอาดตา ช่องแอร์เป็นเหลี่ยม มีปุ่มปรับพัดลมแอร์แบบ manual ซึ่งผมชอบมากเพราะบ้านเราอากาศร้อน ต้องปรับแอร์บ่อย ถ้าต้องเข้าไปกดในหน้าจอทุกครั้งมันเสียจังหวะ แอร์เย็นจัดมากด้วย
โหมดการขับขี่ให้มาเยอะมาก มีทั้ง Eco, Comfort, Sport, Slippery, Offroad และ Individual ที่เซตได้เองทั้งคันเร่ง พวงมาลัย เบรก และระดับการชะลอด้วยมอเตอร์ ระบบ ADAS ก็มาครบ ทั้งกล้อง 360 องศา Adaptive Cruise Control เตือนออกนอกเลน ดึงพวงมาลัยกลับเลน เบรกอัตโนมัติ ต้องบอกว่ารถจีนให้ออปชันมาครบจริงๆ
แต่ข้อเสียที่น่าเสียดายคือช่องเก็บของน้อยมาก ไม่มีเก๊ะ ไม่มีลิ้นชัก มีแค่ตัวแขวนของกับช่องเล็กๆ ตรงนี้ควรปรับปรุง
สัมผัสการขับขี่
พอออกตัวขับจริงในเมือง ต้องบอกว่าประทับใจ อัตราเร่งดีมาก 211 แรงม้ากับ 292 นิวตันเมตรนี่แรงเหลือเฟือ แรงบิดเยอะกว่าเครื่องดีเซลอีก ออกตัวเนียนกริ๊บ ไม่กระโชก วงเลี้ยวแคบมาก ยูเทิร์นในซอย 2 เลนได้สบาย กล้อง 360 องศาช่วยได้ดีตอนจอดเข้าซอง ใช้งานในเมืองที่ความเร็ว 40-60 กม./ชม. นี่ดีมากๆ คล่องตัวมาก
แต่พอขึ้นความเร็วสูงเกิน 100-110 กม./ชม. จะเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจ ช่วงล่างหน้า McPherson Strut หลัง Multi-link เซตมานุ่มเกินไป พอขับเร็วจะรู้สึกโยนๆ ยุบยับ เปลี่ยนเลนกะทันหันไม่เหมาะเลย มันยุบทันที ผู้โดยสารนั่งหลังจะรู้สึกเวียนหัวได้ พวงมาลัยก็เบาไป แม้ตั้งโหมดสปอร์ตแล้วก็ยังเบาอยู่ ไม่ค่อยธรรมชาติ เวลาเข้าโค้งพวงมาลัยตีมือง่ายไปหน่อย
ผมได้แจ้งทาง Chery ไปแล้วว่าอยากให้ปรับเซตช่วงล่างให้เฟิร์มกว่านี้ เพราะคนไทยชอบช่วงล่างแน่นๆ ซึ่งทางเขาก็รับฟังอยู่
ระยะทางและการชาร์จ
แบตเตอรี่ 81 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้จริงประมาณ 380-390 กม.ต่อการชาร์จ ถ้าวิ่ง Eco ด้วยความเร็ว 90-100 กม./ชม. อาจจะได้ถึง 400 กม. แต่เร็วกว่านั้นไม่แนะนำ กิโลหมดเร็ว ถ้าขับในเมืองอย่างเดียว ระยะทางนี้เหลือเฟือ ชาร์จที่บ้านสบายๆ
จุดที่น่าเสียดายคือชาร์จเร็วสูงสุดแค่ 80 กิโลวัตต์ กับแบต 81 กิโลวัตต์ชั่วโมง แปลว่ากว่าจะเต็มก็เกือบชั่วโมง ถ้าชาร์จได้สัก 120 กิโลวัตต์จะดีกว่านี้มาก ออกต่างจังหวัดสั้นๆอย่างกรุงเทพฯไปหัวหินหรือเขาใหญ่ได้ แต่ต้องวางแผนชาร์จให้ดี ไกลกว่านั้นจะลำบากหน่อย
ความสามารถออฟโรด
แม้จะเป็นทรงออฟโรด แต่ต้องเข้าใจว่า V23 ไม่ได้ถูกออกแบบมาลุยหนักๆ โหมดออฟโรดมีมาให้แค่โหมดเดียว ไม่มีโหมดไต่ ไม่มีโหมดเฉพาะทาง แต่ด้วยแรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้าที่มากกว่าเครื่องดีเซล ลุยเบาๆได้สบาย ถนนเปียก ถนนลื่น หินกรวด มีโหมด Slippery ช่วย กราวด์เคลียแรนซ์สูงลุยน้ำท่วมได้สบายใจกว่ารถเก๋ง C-segment ทั่วไป แบตเตอรี่ซีลมาดี ฝนตกน้ำท่วมไม่ต้องกังวล
แต่ถ้าคิดจะเอาไปลุยออฟโรดโหดๆ ผมไม่แนะนำรถไฟฟ้าเลย เพราะถ้าแบตกระแทกอะไรขึ้นมาซ่อมยาก
สรุป
Chery V23 เป็นรถที่ซื้อด้วยความชอบ ซื้อด้วยอารมณ์ ไม่ได้ซื้อเพราะสมรรถนะล้ำเลิศอะไร มันไม่ได้เป็นรถที่ดีที่สุด แต่เป็นรถที่เท่ ได้หล่อ ได้สไตล์ ดีไซน์เรโทรบ็อกซี่ที่หลายคนหลงรัก อุปกรณ์ช่วยขับมาครบ กล้องรอบคัน Adaptive Cruise Control ทุกอย่างพร้อม ซ่อมบำรุงไม่แพง แพงสุดก็ยางเพราะหน้ากว้างมาก
เหมาะกับคนใช้ในเมืองเป็นหลัก ชาร์จที่บ้าน ขับไปทำงาน ไปห้าง ไปกินข้าว ลุยน้ำท่วมได้ ออกต่างจังหวัดสั้นๆได้ แต่อย่าคาดหวังเรื่องวิ่งทางไกลหรือขับเร็ว ถ้าคุณเข้าใจตัวตนของเขา รู้จักข้อจำกัด คุณจะชอบรถคันนี้มาก แต่ถ้าคุณต้องการช่วงล่างแน่นหนึบ พวงมาลัยหนักธรรมชาติ หรือวิ่งไกลบ่อยๆ อาจต้องรอให้ Chery ปรับปรุงอีกสักหน่อยครับ
ข้อดี
- ดีไซน์ทรงบ็อกซี่หล่อมาก ไฟหน้ากลมเท่สไตล์เรโทร
- อัตราเร่งดี 211 แรงม้า แรงบิด 292 นิวตันเมตร เนียนมาก
- คล่องตัวในเมืองมาก วงเลี้ยวแคบ จอดง่าย
- ระบบช่วยขับ ADAS ครบครัน กล้อง 360 องศา Adaptive Cruise Control
- โหมดการขับขี่หลากหลาย รวมถึง Individual ปรับเซตได้เอง
- ห้องโดยสารกว้างขวาง แอร์เย็นจัด ปรับ manual ได้สะดวก
- กราวด์เคลียแรนซ์สูง ลุยน้ำท่วมได้สบายใจ
ข้อเสีย
- ช่วงล่างนุ่มเกินไป ยุบยับเวลาขับเร็วหรือเปลี่ยนเลนกะทันหัน
- พวงมาลัยเบาไม่ธรรมชาติ แม้ตั้งโหมดสปอร์ตก็ยังเบาอยู่
- ระยะทางวิ่งจริงประมาณ 380-390 กม. ออกต่างจังหวัดไกลๆ ลำบาก
- ชาร์จไฟช้า สูงสุดแค่ 80 กิโลวัตต์ กับแบต 81 กิโลวัตต์ชั่วโมง
- กระจกมองข้างแคบ มุมมองไม่ค่อยกระจ่าง
- ช่องเก็บของน้อย ไม่มีเก๊ะ ไม่มีลิ้นชัก
- ไม่เหมาะขับเร็วเกิน 100-110 กม./ชม. จะรู้สึกไม่มั่นใจ
สรุป
“เหมาะกับคนที่ชอบรถทรงบ็อกซี่ ซื้อด้วยอารมณ์ความชอบในดีไซน์ ใช้งานในเมืองเป็นหลัก ไม่ได้เน้นซิ่งหรือลุยออฟโรดหนักๆ ถ้าคุณต้องการรถวิ่งทางไกลบ่อยหรือต้องการช่วงล่างแน่นๆ คันนี้อาจยังไม่ตอบโจทย์”