กลับไป Geely EX2
Geely EX27.2/10
Geely

Geely EX2

2026 Hatchback · ฿429,990 – ฿459,990 · 7.3/10 avg from 4 reviews

autolifethailand official

autolifethailand official

1.2M·4 เดือนที่แล้ว·TH

399K!! Trying GEELY EX2 - Amazing Value, Decent Power, Spacious Interior, Good Options - Competing with UT and Dolphin
ดูบน YouTube

3.99 แสน!! ลอง GEELY EX2 ราคาโคตรดี แรงใช้ได้ ภายในใหญ่ option พอตัว สู้ UT DOLPHIN สนุก

399K!! Trying GEELY EX2 - Amazing Value, Decent Power, Spacious Interior, Good Options - Competing with UT and Dolphin

Geely EX2 เป็นรถ City EV ที่ทำให้ผมประหลาดใจในเรื่องช่วงล่างที่แน่นนุ่มนวลมาก ห้องโดยสารกว้างเกินตัว ออปชั่นจัดเต็ม มี Frunk ด้วย แต่คันเร่งในโหมด Normal หนักไปหน่อยและไม่มีที่พักแขนหลัง

ความประทับใจแรก

Geely EX2 เป็นรถ EV รุ่นที่ 2 ของจีลี่ในบ้านเรา และเป็นรุ่นเล็กที่สุดของค่าย เจ้ารถคันนี้ขายดีถล่มทลายในระดับโลก กว่า 400,000 คันภายในปีเดียว ก็ทำให้ผมตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้ลองขับ

พอเดินรอบคันแล้วต้องบอกว่าดีไซน์ดูน่ารักทันสมัย หน้าตาเหมือนกำลังยิ้มอยู่ ไฟหน้า LED เต็มระบบ ไฟท้ายก็ LED ทั้งหมดไม่มีไฟหลอดเลยสักจุด มีหลังคาทูโทนในรุ่นท็อป ดูสะดุดตาดี และจุดเด่นที่ทำให้ผมร้องว้าวคือมี Frunk หรือที่เก็บสัมภาระด้านหน้ามาให้ เพราะมอเตอร์อยู่ด้านหลัง ทำให้ด้านหน้ามีที่ว่าง เป็นรถเล็กรุ่นเดียวในคลาสที่มี Frunk แบบนี้

ภายในและเทคโนโลยี

เปิดประตูเข้ามาก็ประทับใจกับห้องโดยสารที่กว้างเกินตัว เพราะแบตเตอรี่วางเป็นแพ็คอยู่ใต้พื้น ทำให้พื้นราบเรียบ ก้าวขึ้นลงง่าย Headroom และ Legroom เหลือเยอะมาก ผมสูง 170 ซม. นั่งหลังยังสบายมาก กระจกด้านข้างขนาดใหญ่กว่าคู่แข่ง ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดเลย

หน้าจอกลางขนาด 14.6 นิ้วใหญ่สะใจ มี Ambient Light 264 เฉดสีในรุ่นท็อป ดูหรูทีเดียว มี Wireless Charge เบาะคนขับปรับไฟฟ้า แอร์แยกซ้ายขวาอิสระ มีช่องแอร์หลังด้วย Airbag 6 ลูก และระบบ ADAS เต็มระบบในรุ่น Max ทั้ง Adaptive Cruise Control จนถึงจุดหยุดนิ่ง เตือนการชน เบรกอัตโนมัติ

ฟังก์ชันที่ผมชอบมากคือโหมดเพชร ที่เปิดแอร์ค้างไว้ได้หลังออกจากรถ โหมดแคมปิ้ง โหมดพักผ่อนที่มีเสียงธรรมชาติ และโหมดยืดระยะทางขับขี่ตอนแบตใกล้หมด เลือกปิดแอร์ จำกัดความเร็ว 90 กม/ชม. หรือหน่วงสูงสุดก็ได้ กล้อง 360 องศาชัดมาก มีโหมดโปร่งแสงมองจากด้านบนลงมาได้ รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ด้วย

สัมผัสการขับขี่

แบตเตอรี่ขนาด 39.4 กิโลวัตต์ชั่วโมงให้ระยะวิ่ง 320 กม. ตามมาตรฐาน WLTP แบตไม่ได้ใหญ่แต่การจัดการพลังงานดี มอเตอร์ 115 แรงม้า แรงบิด 150 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง ตัวเลขอาจดูน้อยแต่ 0-50 กม/ชม. ทำได้ 3.9 วินาที ถือว่ากระฉับกระเฉงพอตัว

สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจมากที่สุดคือช่วงล่าง แน่นนุ่มนวลมากสำหรับรถขับหลังในคลาสนี้ ไม่ตึงตังค์ ไม่กระเด้ง เนียนกว่า ION UT ที่กระด้างมากกว่า และดีกว่า MG4 ที่ช่วงล่างแข็งกว่าเยอะ ทรงตัวดีมากแม้ความเร็ว 140 กม/ชม. ซึ่งเป็นความเร็วสูงสุด บอดี้โรลน้อย เปลี่ยนเลนที่ 117 กม/ชม. ก็ไม่โยน เก็บเสียงลมและเสียงถนนได้ดีทีเดียว

แต่สิ่งที่ผมติคือคันเร่งในโหมด Normal หนักกว่ารถไฟฟ้าทุกยี่ห้อที่เคยขับ ต้องกดลึกกว่าจะปรู๊ดออกไป ดูตื้อๆ ส่วนโหมดสปอร์ตแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ แต่ก็แลกมากับอาการอึ๊กอั๊กตอนออกตัวในรถติด มอเตอร์เหมือนกระตุกเป็นจังหวะ ไม่สมูทเท่าที่ควร วงเลี้ยวแคบเพียง 4.9 เมตรนี่เป็นจุดเด่นจริงๆ เข้าซอกออกซอยสบายมาก คล่องตัวที่สุดในตลาด

พื้นที่ใช้สอยและความสะดวกสบาย

ที่เก็บสัมภาระด้านหลังจุ 370 ลิตร พับเบาะหลังขยายเป็น 1,300 ลิตรได้ แต่เสียดายที่พับไม่ราบ บวกกับ Frunk ด้านหน้าก็ถือว่าพื้นที่เก็บของเพียงพอ ช่องเก็บของตรงกลางลึกมาก แขนหายไปครึ่งท่อนเลย ที่วางแก้วน้ำ 2 ตำแหน่งออกแบบมาให้แก้วทรงสูงไม่เบียดกัน

สิ่งที่น่าเสียดายมากคือไม่มีที่พักแขนสำหรับผู้โดยสารหลัง ซึ่งเป็นปัญหาเดียวกับ ION UT ถ้ามีที่พักแขนนี่จะสมบูรณ์แบบมากเลย อีกจุดคือไม่มีที่ปัดน้ำฝนหลัง ซึ่งเป็นปัญหาของรถจีนหลายรุ่น เวลาขับในฝนน้ำจะฟุ้งขึ้นมาที่กระจกหลังแน่นอน

การชาร์จและระยะทาง

ชาร์จ AC ได้ 6.6 กิโลวัตต์ และ DC ได้ 70 กิโลวัตต์ ความเร็วชาร์จ DC อาจไม่ได้ทันสมัยมากนัก แต่ด้วยแบตขนาดไม่ถึง 40 กิโลวัตต์ชั่วโมง ชาร์จ DC ประมาณ 40 นาทีก็เต็ม ชาร์จแค่ครึ่งชั่วโมงก็ได้ประมาณ 150 กม. พอวิ่งกลับบ้านได้สบาย

ระยะวิ่ง 320 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานในเมือง ถ้าจะออกต่างจังหวัดก็ต้องวางแผนหาสถานีชาร์จเป็นระยะ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ถ้าวางแผนดี

เปรียบเทียบกับคู่แข่ง

เทียบกับ ION UT ซึ่งเป็นคู่แข่งตรงๆ EX2 นุ่มนวลกว่า ห้องโดยสารกว้างกว่า มี Frunk ที่ UT ไม่มี แต่ UT ขับกระชับกว่าเล็กน้อย ส่วน MG4 สปอร์ตกว่าชัดเจน อัตราเร่งดีกว่า พวงมาลัยกระชับกว่า แต่ช่วงล่างแข็งกว่าเยอะและไม่ได้นุ่มนวลแบบ EX2

EX2 ชนะในเรื่องความสบาย พื้นที่ใช้สอย และออปชั่นที่จัดมาให้เยอะ แต่ถ้าเน้นขับสนุกต้องยกให้ MG4 ไป สำหรับคนที่ใช้รถในเมืองเป็นหลัก ต้องการความสะดวกสบายและออปชั่นครบ EX2 ตอบโจทย์ได้ดี

สรุป

Geely EX2 เป็นรถ City EV ที่ทำการบ้านมาดี ช่วงล่างแน่นนุ่มนวลเกินคาด ห้องโดยสารกว้างที่สุดในคลาส ออปชั่นจัดเต็มทั้งโหมดเพชร โหมดแคมปิ้ง กล้อง 360 องศา ADAS และ Frunk ที่เป็นจุดขายเฉพาะตัว

จุดที่ต้องปรับคือคันเร่งในโหมด Normal ที่หนืดเกินไป อาการอึ๊กอั๊กในโหมดสปอร์ต ไม่มีที่พักแขนหลัง และไม่มีที่ปัดน้ำฝนหลัง แต่โดยรวมแล้วเป็นรถที่แข่งขันได้สบายกับ ION UT ถ้าคุณมองหารถไฟฟ้าขนาดเล็กที่ใช้ในเมือง คล่องตัว นั่งสบาย ออปชั่นเยอะ Geely EX2 เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามครับ

ข้อดี

  • ช่วงล่างนุ่มนวลแน่น ดีที่สุดในคลาส
  • ห้องโดยสารกว้างมากเมื่อเทียบกับขนาดตัวถัง
  • มี Frunk ที่เก็บสัมภาระด้านหน้า เป็นรถเล็กรุ่นเดียวที่มี
  • วงเลี้ยวแคบ 4.9 เมตร คล่องตัวสุดในตลาด
  • ออปชั่นจัดเต็ม มีโหมดเพชร โหมดแคมปิ้ง โหมดพักผ่อน
  • หน้าจอ 14.6 นิ้ว พร้อม Ambient Light 264 เฉดสี
  • กล้อง 360 องศาชัดเจน มีโหมดโปร่งแสง
  • แอร์เย็นจัด แยกซ้ายขวาอิสระ มีช่องแอร์หลัง

ข้อเสีย

  • คันเร่งโหมด Normal ต้องใช้น้ำหนักเท้ามาก หนืดกว่าคู่แข่ง
  • โหมดสปอร์ตออกตัวอึ๊กอั๊กไม่สมูทนัก
  • ไม่มีที่พักแขนสำหรับผู้โดยสารหลัง
  • ไม่มีที่ปัดน้ำฝนหลัง
  • เบาะหลังพับไม่ราบ
  • พวงมาลัยปรับได้แค่ 2 ทิศทาง
  • วัสดุภายในบางจุดเป็นพลาสติกแข็ง

สรุป

7.2/10

Geely EX2 เหมาะกับคนที่ต้องการรถ EV ขนาดเล็กใช้ในเมืองเป็นหลัก ชอบความนุ่มสบาย ห้องโดยสารกว้าง และออปชั่นเยอะ แต่ถ้าคุณเน้นความสปอร์ตซิ่งซ่า MG4 จะตอบโจทย์กว่า