
Omoda C5 EV
2025 Suv · ฿649,000 – ฿699,000 · 7.1/10 avg from 4 reviews
autolifethailand official
1.2M ผู้ติดตาม·2 ปีที่แล้ว·
TH
OModa C5 EV - รถไฟฟ้าจาก Chery ที่สู้ได้ ถ้าเปิดราคาไม่ถึงล้าน
Omoda C5 EV Review - Chery's Compact EV Challenger
เมื่อขับ OModa C5 EV ในโหมด Normal จริงๆ พบว่าเป็นรถไฟฟ้าครอบครัวที่นุ่มนวล มี torque มหาศาล 340 นิวตันเมตร และยุติศาสตร์ความปลอดภัยครบเครื่องที่สุดในคลาส อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างขึ้นอยู่กับราคาที่เชอรี่ประเทศไทยจะตั้งขาย ถ้าต่ำกว่าล้านบาท อาจจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจจริงๆ
ความประทับใจแรก
เชอรี่ (Chery) กระโดดเข้ามาในบ้านเราด้วย OModa C5 EV ซึ่งเป็นรถไฟฟ้า CSV ขนาดเล็กรุ่นแรกของแบรนด์นี้ ขึ้นตรงคู่แข่งหลัก อย่าง BYD Atto 3 และ Neta X ตั้งแต่แรกเห็นเจ้า C5 EV นี่ก็มีบุคลิกของตัวเองอย่างชัดเจน ไม่ใช่การคัดลอกธรรมดาๆ ดีไซน์ใหม่ๆ หน้าตาน่ามองพอสมควร มาพร้อมไฟหน้า LED Day Time Running Light ที่ดูทันสมัย และกระจังหน้าที่มีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์ของเชอรี่
เข้าไปในจุดเด่นอื่นๆ พบว่า C5 EV มามอเตอร์ไฟฟ้า 170 แรงม้า ซึ่งอาจดูเหมือนไม่เสียเยาะ แต่แรงบิด 340 นิวตันเมตร นั่นสิ่งที่ทำให้ตัวนี้โดดเด่นอย่างชัดเจนเลย เป็นแรงบิดมหาศาลที่เยอะที่สุดในคลาส CSV ตอนนี้ ความเร็ว 0-100 กิโลเมตร ใช้เวลา 7.3 วินาที ซึ่งเอาแม้กับคู่แข่งต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ
ดีไซน์ภายนอก
ด้านสัดส่วนและการออกแบบ OModa C5 EV มีท่าทีเป็น SUV สมัยใหม่ที่สัดส่วนสูงดี บ้านวิโยมแค้นดัง ตัวรถเห็นสดใหม่ เป็นรูปลิ่ม ท่าทีสวยงามตามมาตรฐานของรถจีนยุคใหม่ สีพิเศษสีฟ้าปีกนกนั้น เป็นสีพระเอกของค่ายเลยเนื่องจากการคัดเลือกสีเป็นประเด็นสำคัญทางการจัดการ branding
ดูดีกับล้อขนาด 18 นิ้ว ยางขนาด 215/55R18 ซึ่งเป็นจำนวนที่อ่อนตัวเกินพอ บอกเล่าถึงจุดมุ่งหมายการใช้งาน ไม่ใช่การเป็นสปอร์ต ด้านหลังโดดเด่นด้วยไฟท้าย LED ที่ร้อนแบบเซคเวนเชียล (Sequential) วิ่งอย่างสวยงามราบ ลายสองแถบขึ้นลง ดูมีบริสุทธิ์ และที่ชาร์จไฟ AC/DC นั้นวางอยู่ด้านหน้า ซึ่งเป็นสิ่งที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือเมื่อชาร์จเสียบหัวสั้นๆ หัวไฟอยู่ใกล้ปลั๊ก ไม่ต้องลากสายไฟไปไหนไกล ข้อเสียคือถ้ารถชนด้านหน้าจะเสี่ยงให้ชาร์จเจอความเสียหายง่าย
ภายในและเทคโนโลยี
ก่าวเข้ามาภายใน C5 EV ด้วย Smart Entry ที่ยืนใกล้รถก็เปิดให้อัตโนมัติ ออกไปก็ล็อกให้ ไม่ต้องกดรีโมท ทั้งนี่นำเสนอความสะดวกอย่างแท้จริง จอแสดงผลกลางขนาด 24.6 นิ้ว แบ่งเป็นสองส่วนเท่าๆ กัน 12.3 + 12.3 นิ้ว ซึ่งเหมือนเบนซ์นั่นแหละ สีสันอาจจะดูจางสักหน่อย แต่กระจ่างตาและใช้ได้ Ambient light ถึง 256 สีที่ปรับตามจังหวะเพลงได้ ลบหน้า Apple CarPlay และ Android Auto ครบถ้วนสมบูรณ์
เบาะคนขับและผู้นั่งด้านหน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พื้นที่รูมเขา่นี้ดีมากเลย นั่งสบายกว่า Atto 3 และแบตไฟฟ้าเยอะขึ้นก็ดี บลูปรับปาฐบดิวดาวนหลังแล้วก้อก่อมกว้างยาว (Sliding Roof) แถมปิดเปิดได้ ซันรูฟครึ่งเดียว ไม่ใช่ Panoramic Glass Roof เปอร์สีน ข้อเสียคือไม่หรูหรา แต่ข้อดีคือระบายความร้อนได้ดีกว่า Panoramic
ระบบความปลอดภัยครบเครื่องจนพอใจ Adaptive Cruise Control ไปจนถึง Stop and Go, Lane Keep Assist, Blind Spot Detection, Rear Cross Traffic Alert, Automatic Emergency Braking ด้านหน้าหลังมา เต็มไปหมด ซึ่งตามการสัมภาษณ์ผู้บริหาร OModa เขาเองก็ยอมรับว่าแรงเร่งชุมชนหลังชั้น ทั้งสำหรับผู้ขับและผู้โดยสาร ดีไซน์หน้าจอต่างๆสุดเป็นเลิศ เมนูหารสำหรับการตั้งค่า หลากหลายถึงระดับที่อาจจะเยอะเกินไปสำหรับผู้ใช้บางคน
สัมผัสการขับขี่
เมื่อลองขับในโหมด Normal พบว่า C5 EV ให้ความรู้สึกอัตราเร่งที่ดีมาก การออกตัวนุ่มนวลราบเรียบ ไม่มีการติดขัดในเรื่องของพละกำลัง อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร เราวัดได้ประมาณ 7.3-7.5 วินาที ตรงกับสเปกของเชอรี่พอดี มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานได้ดีอย่างเงียบสบาย
ช่วงล่างนิ่มนวล ตั้งค่าให้อ่อนสบาย ไม่ใช่แนวสปอร์ต แต่นี่คือจุดอ่อนด้วย ถ้าเบี่ยงเร็วๆ หรือใช้ความเร็วสูงแล้วเปลี่ยนเลนกะทันหัน จะรู้สึกว่า suspension ไม่ค่อยตอบสนองเท่าไหร่ รถมีการโยกโดยได้เล็กน้อย บอกได้ว่า C5 EV ไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับซิ่งซ่า แต่เพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ขับไปสบายๆ
ปวงมาลัยมี 2 โหมด คือ Comfort และ Sport ระดับปัจจุบันจะหนักพอประมาณ ไม่ให้ความรู้สึก overpower แต่ก็ไม่ถึงขนาดเบิน ความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งใช้ได้และเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป แรงเบรกดีและเชื่อถือได้ มีระบบ Regenerative Braking ช่วยให้ทะลุแบตเตอรี่ได้ดี
ความคุ้มค่า
กำลังทำให้ OModa C5 EV น่าสนใจทีเดียวคือระบบความปลอดภัยไฮเทคที่ครบครันมากกว่าใคร Adaptive Cruise Control ระยะ 150 กิโลเมตร มี Lane Keep Assist, Blind Spot Detection, Rear Cross Traffic Alert และ Automatic Emergency Braking ทั้งด้านหน้าหลัง ซึ่งหากเอาเพียงอาร์เนนต์นี้เทียบคู่แข่งอื่นๆ อย่าง Atto 3 ของ BYD ยังสู้ไม่ได้เลย
แบตเตอรี่ 61 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ 460 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ ชาร์จ DC ได้ 110 กิโลวัตต์ ซึ่งชาร์จจากศูนย์เต็มในเวลา 40 นาทีเท่านั้น ยังมี V2L ให้ใช้ 3.3 กิโลวัตต์สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายนอก อีกจุดกล้วยสีเงิน ทั้งหมดนี้คุ้มค่าอยู่ แต่ขึ้นอยู่กับราคาที่จะตั้งขายจริง ถ้ากว่า 1 ล้านบาท จะเป็นของสวยจริงๆ ถ้าไป 1 ล้านหรือเกินความคุ้มค่าจะลดลงจริงๆ เพราะคู่แข่งดุมากมายอยู่อยู่ตัวนี้นั้นแล
ข้อดี
- แรงบิด 340 นิวตันเมตร เยอะที่สุดในตลาด
- ระบบความปลอดภัยครบเครื่อง adaptive cruise control ถึงจุดหยุด
- เบาะนั่งสบายกว่า Atto 3 ด้านหน้า
- วัสดุภายในดี งานเนียบ ไม่ขี้เหร่
- จอแสดงผล 24.6 นิ้ว แบ่ง 12.3+12.3 กระจ่างตา
- ชาร์จ DC 110 กิโลวัตต์ ชาร์จเต็มแบตฯ 61 กิโลวัตต์ในเวลา 40 นาที
- มี V2L ขนาด 3.3 กิโลวัตต์ สำหรับใช้ไฟฟ้าภายนอก
- Smart entry และ Smart start สะดวกมาก
ข้อเสีย
- ช่วงล่างนุ่มเกินไป ไม่เหมาะสำหรับการเบี่ยงแบบทันใจ
- ชาร์จไฟด้านหน้า มีข้อเสีย เมื่อชนด้านหน้าชาร์จจะเสียหาย
- พื้นที่เก็บสัมภาระ 830 ลิตร ไม่ใหญ่ เล็กกว่า Atto 3
- นั่งหลัง คับแคบ ไม่ใช่พระเอก เน้นเก้าอี้หน้า
- ม่านหลังคาเป็น manual ไม่ใช่ไฟฟ้า
- ไม่มีระบบเปิดท้ายอัตโนมัติ handsfree
- กล้อง 520 องศา ไม่ชัดเท่าเพื่อนๆ เมื่อเทียบคู่แข่ง
- ไม่มีระบบ auto parking ออกแบบมาเป็นรถครอบครัวไม่ใช่รถสปอร์ต
สรุป
“OModa C5 EV เป็นรถไฟฟ้า CSV ตัวใหม่ที่โจมตีตลาดบ้านเราด้วยจุดแข็งในเรื่องแรงบิด ความปลอดภัย และความสะดวกสบาย โดยเฉพาะคนที่อยากได้รถขับสบายๆ ไปไหนมาไหนโดยไม่ต้องเหนื่อย แต่ถ้าใครหาคว่างวิธาการเป็นทางการแล้ว ที่เห็นด้วยตาชัด ขึ้นอยู่กับราคาเปิดตัวเป็นส่วนใหญ่”