กลับไป ORA 5 EV
ORA 5 EV7.2/10
ORA

ORA 5 EV

2026 Suv · ฿629,000 – ฿699,000 · 7.2/10 avg from 2 reviews

Tsuit ที่สุดของเรื่องรีวิว

Tsuit ที่สุดของเรื่องรีวิว

328K·9 วันที่แล้ว·TH

Pros and Cons You Need to Know! ORA 5 EV Review - Longer Wheelbase Than CR-V, Real-World Range Test
ดูบน YouTube

ข้อดี-ข้อเสียที่ต้องรู้! รีวิว ORA 5 EV ไฟฟ้า ฐานล้อยาวกว่า CR-V วิ่งได้จริงกี่โล? 6+แสน - [ที่สุด]

Pros and Cons You Need to Know! ORA 5 EV Review - Longer Wheelbase Than CR-V, Real-World Range Test

ORA 5 อัปเกรดจาก Good Cat ได้ดีในหลายด้าน ทั้งจอใหญ่ขึ้น ประหยัดไฟขึ้น และห้องโดยสารกว้างขึ้น แต่ช่วงล่างกับฟีลพวงมาลัยยังมีจุดที่ต้องปรับปรุง ถ้าปรับจูนช่วงล่างให้เหมาะกับถนนไทยได้ดีกว่านี้จะเป็นรถที่ลงตัวมาก

ความประทับใจแรก

ORA 5 คือรถที่มาแทน Good Cat อย่างเป็นทางการ พอเห็นครั้งแรกก็รู้เลยว่านี่คือ ORA แน่นอน ดีไซน์ยังคงความน่ารักเอาไว้แต่อัปไซส์เป็น SUV เต็มตัว มีให้เลือกทั้งขุมพลังไฟฟ้าล้วนและไฮบริด แต่รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนกันทุกประการ

ผมได้ลองขับเจ้าคันนี้ในรุ่นไฟฟ้าล้วนรุ่นท็อป Ultra ซึ่งต้องบอกว่าหลายอย่างอัปเกรดขึ้นจาก Good Cat อย่างเห็นได้ชัด ทั้งขนาดตัวรถ เทคโนโลยี และระบบจัดการพลังงาน

ดีไซน์ภายนอก

ตัวรถยาว 4,471 มม. กว้าง 1,833 มม. สูง 1,641 มม. ระยะฐานล้อยาวถึง 2,720 มม. ซึ่งยาวกว่า Good Cat ถึง 7 ซม. ความสูงใต้ท้องรถอยู่ที่ 175 มม. เพียงพอสำหรับถนนบ้านเราได้สบาย พื้นที่เก็บของด้านท้ายก็ใหญ่ขึ้นจาก Good Cat อีกเยอะ

ด้านหน้ามาพร้อมไฟ LED อัจฉริยะปิดไฟสูงอัตโนมัติ ล้ออลอย 18 นิ้วสีดำ ยาง 225/60 R18 ไฟท้ายซ่อนในกระจกหลังเหมือนเดิมแต่ดูเนียนตา สปอยเลอร์หลังซ่อนใบปัดน้ำฝนไว้ด้านในทำให้ท้ายรถดูเรียบสวย รุ่นท็อปได้หลังคากระจก Panoramic พร้อมม่านไฟฟ้า และฝาท้ายเปิดปิดไฟฟ้าพร้อมระบบกันหนีบด้วย

ภายในและเทคโนโลยี

เข้ามาในห้องโดยสารยังสัมผัสกลิ่นอายความเป็น Good Cat ตรงที่ความน่ารักตะมุตะมิยังคงอยู่ โทนสีอ่อนน่ารักมีให้เลือกเฉพาะรุ่นไฟฟ้าล้วน วัสดุคอนโซลด้านบนคล้ายหนัง Alcantara ขนสั้นเหมือนเดิม ผ้าลายสกอตบนบางส่วนนึกถึงความเป็นรถ MINI เบาๆ

จุดเด่นที่สุดคือจอกลางขนาด 14.6 นิ้ว ขอบบางเจี๊ยบ ทำงานลื่นไหลขึ้นมากเมื่อเทียบกับจอ 10.25 นิ้วของ Good Cat ที่หลายคนบ่นว่าช้า รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย จอหน้าคนขับก็ขยายเป็น 10.25 นิ้วเต็มตา มีระบบสั่งงานด้วยเสียงทั้งไทยและอังกฤษ ระบบนำทางออนไลน์ของ Huawei Petal Maps และรองรับอัปเดต OTA

รุ่นท็อปได้ออปชันเพิ่มเติมอีกเพียบ ทั้งเบาะผู้โดยสารหน้าปรับไฟฟ้า เบาะคู่หน้าระบายอากาศ แท่นชาร์จไร้สาย 50 วัตต์ ลำโพง 9 ตำแหน่ง กระจกแต่งหน้า 8 นิ้วพร้อมไฟ LED ลายแมวสุดน่ารัก และ Ambient Light สร้างบรรยากาศ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีพนักวางแขนกลางเบาะหลังมาให้

สัมผัสการขับขี่

มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับล้อหน้าให้กำลัง 204 แรงม้า แรงบิด 260 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 7.36 วินาทีในโหมด Sport ช่วงเร่งแซง 80-120 กม./ชม. อยู่ที่ 4.88 วินาที ดีขึ้นกว่า Good Cat ทั้งที่เป็น SUV ตัวใหญ่กว่า ความเร็วสูงสุดทดสอบได้ถึง 181 กม./ชม.

โหมดขับขี่มีให้เลือก 4 โหมด ได้แก่ Eco, Wellbeing, Normal และ Sport ซึ่งแตกต่างกันที่การตอบสนองคันเร่ง โหมด Eco นุ่มนวลเหมาะกับคนไม่อยากให้รถพุ่งตกใจ ส่วน Sport กดปุ๊บพุ่งทันที พวงมาลัยไฟฟ้าปรับน้ำหนักได้ 3 ระดับ น้ำหนักแปรผันตามความเร็วได้ดี แต่จุดที่ต้องปรับปรุงคือระยะหน่วงกลาง (dead zone) ที่น้อยเกินไป ขยับนิดเดียวรถก็เปลี่ยนทิศแล้ว ทำให้ขับทางไกลแอบเครียดมือ มีอาการส่ายเหมือนตะขาบเล็กน้อย คล้ายกับที่เจอใน Haval H6

แป้นเบรกตำแหน่งสูงกว่าคันเร่งพอสมควร และจับไวมาก กดลงไปนิดเดียวก็หน่วงแล้ว คนที่เพิ่งย้ายมาต้องปรับตัวไม่งั้นจะหน้าทิ่มบ่อย Regenerative braking ปรับได้ 3 ระดับ แต่ไม่มีระบบ One Pedal เต็มรูปแบบ ระดับสูงสุดก็ไม่ได้หน่วงหนักมากนัก

ช่วงล่างและการซับแรงสะเทือน

จุดที่อัปเกรดชัดเจนจาก Good Cat คือช่วงล่างเปลี่ยนจากคานแข็งด้านหลังมาเป็นอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้า MacPherson Strut ด้านหลัง Multi-link บนถนนยางมะตอยเรียบๆ ผมว่าช่วงล่างทำงานได้ดี เนียนสบาย

แต่พอขึ้นถนนซีเมนต์หรือพื้นผิวที่เป็นลอนคลื่นเล็กๆ จะมีอาการดีดเด้งเล็กๆ ส่งมาถึงห้องโดยสาร โดยเฉพาะเบาะหลังจะรู้สึกชัดกว่าข้างหน้า ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะยางที่ค่อนข้างแข็ง คันที่รีวิวใช้ยางแบรนด์จีน แต่คันที่ส่งมอบให้ลูกค้าไทยจะใช้ยาง Goodyear ซึ่งน่าจะช่วยแก้อาการตรงนี้ได้ดีขึ้น นอกจากนี้การเซตช่วงล่างก็อาจถูกปรับจูนใหม่เมื่อผลิตจากโรงงานในไทย

อาการ Body roll มีอยู่บ้างตามสไตล์รถ SUV เวลาเปลี่ยนเลนกระทันหันรถจะโยกนิดๆ แต่โดยรวมเน้นความสบายมากกว่าความสปอร์ต

แบตเตอรี่และอัตราสิ้นเปลือง

แบตเตอรี่ LFP ขนาด 58.3 kWh ของ SVOLT บริษัทในเครือ GWM วิ่งได้ไกลสุด 520 กม. ตามมาตรฐาน NEDC จากการทดสอบจริง ขับนิ่งๆ ที่ 80 กม./ชม. กินไฟประมาณ 11.4 kWh/100 กม. วิ่งได้ราวๆ 510 กม. ใกล้เคียงสเปค ถ้าขับ 100 กม./ชม. กินไฟ 13.6 kWh/100 กม. วิ่งได้ราว 430 กม. และที่ 120 กม./ชม. กินไฟพุ่งไป 16.8 kWh/100 กม. วิ่งได้ราว 350 กม.

เมื่อเทียบกับ Good Cat การจัดการพลังงานดีขึ้นเยอะ ทั้งที่เป็น SUV ตัวใหญ่กว่า ระบบระบายความร้อนก็เงียบลงอย่างชัดเจน จอดเปิดแอร์ตอนกลางวันร้อนๆ แทบไม่ได้ยินเสียง รองรับ V2L จ่ายไฟอุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุด 6,000 วัตต์ เหมาะกับคนชอบเอาไปแคมป์หรือใช้งานในพื้นที่ไฟดับ

สรุป

ORA 5 เป็นการอัปเกรดที่ชัดเจนจาก Good Cat ในแทบทุกมิติ ทั้งขนาดตัวรถ เทคโนโลยี ช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ จอใหม่ลื่นไหล ระบบชาร์จเร็ว 120 kW และการจัดการพลังงานที่ประหยัดขึ้น ระบบ ADAS ก็ครบครันทั้งในรุ่นเริ่มต้น

แต่ยังมีจุดที่ต้องปรับปรุง ทั้งช่วงล่างที่ดีดเด้งบนถนนขรุขระ พวงมาลัยที่หน่วงกลางน้อยเกินไป และแป้นเบรกที่ตำแหน่งสูงจับไวต้องปรับตัว ผมเชื่อว่าหลายอย่างสามารถแก้ไขได้ด้วยการปรับจูนช่วงล่างและอัปเดตซอฟต์แวร์ในอนาคต สำหรับคนที่มองหา SUV ไฟฟ้าที่ดีไซน์น่ารัก ขับใช้ในชีวิตประจำวัน ออปชันครบ และประหยัดไฟ ORA 5 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก แต่แนะนำให้ไปลองขับด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะเรื่องฟีลช่วงล่างและเบรก

ข้อดี

  • ดีไซน์สวยลงตัว เห็นปุ๊บรู้ทันทีว่าคือ ORA
  • จอกลาง 14.6 นิ้วทำงานลื่นไหล รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ไร้สาย
  • ประหยัดไฟมากขึ้นแม้เป็น SUV ขับ 100 กม./ชม. กินไฟแค่ 13.6 kWh/100 กม.
  • ระบบระบายความร้อนเงียบขึ้นกว่า Good Cat อย่างเห็นได้ชัด
  • ช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ Multi-link ด้านหลัง อัปเกรดจากคานแข็ง
  • รองรับ DC Fast Charge สูงสุด 120 kW ชาร์จ 30-80% ใน 20 นาที
  • ทัศนวิสัยดีเยี่ยม กะระยะง่าย มีกล้อง 360 องศา
  • ระบบ ADAS ครบครันทั้งรุ่นเริ่มต้นและรุ่นท็อป

ข้อเสีย

  • ช่วงล่างดีดเล็กๆ บนถนนซีเมนต์หรือพื้นผิวขรุขระ โดยเฉพาะเบาะหลัง
  • พวงมาลัยมีระยะหน่วงกลางน้อยเกินไป ขับทางไกลเครียดมือ
  • แป้นเบรกสูงกว่าคันเร่งมาก และจับไวเกินต้องปรับตัว
  • ยางติดรถ (รุ่นรีวิว) เกาะถนนไม่ดี มีอาการล้อหมุนฟรี
  • ไม่มีพนักวางแขนตรงกลางเบาะหลัง
  • ไม่มีระบบ One Pedal Drive เต็มรูปแบบ

สรุป

7.2/10

ORA 5 เหมาะกับคนที่ชอบความน่ารักแต่อยากได้ SUV ที่ใช้งานจริงได้ครบ ถ้าไม่ได้ซิ่งจัดและขับบนถนนเรียบเป็นหลัก คันนี้ตอบโจทย์ได้ดีเลย แต่ถ้าเป็นสายขับสนุกจริงจังอาจต้องลองสัมผัสช่วงล่างกับพวงมาลัยด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจ

ORA 5 EV Review by Tsuit ที่สุดของเรื่องรีวิว — 7.2/10 | Thai EV Comparisons