8.2/10Porsche Taycan Turbo GT
2026 Sedan · ฿14,790,000 · 8.3/10 avg from 2 reviews
Auto Focus
1.2M·1 ปีที่แล้ว·EN

Porsche Taycan Turbo GT - ราชาหรือผู้ท้าชิง?
Porsche Taycan Turbo GT - King or Contender?
Porsche Taycan Turbo GT คือรถไฟฟ้าซีดานสมรรถนะสูงที่ทำให้ผมทึ่งในเรื่องการควบคุมตัวรถและพลังที่บ้าคลั่ง แม้ระยะทางวิ่งจะไม่ใช่จุดเด่น แต่ความสามารถบนสนามแข่งและอรรถรสในการขับขี่นั้นยากจะหาคู่แข่งมาเทียบได้
ความประทับใจแรก
เมื่อได้เห็น Porsche Taycan Turbo GT ในชีวิตจริง ต้องบอกว่าผมประทับใจกับความก้าวร้าวของดีไซน์ทันที ในฐานะรุ่นท็อปสุดของไลน์อัพ Taycan รถคันนี้มาพร้อมกับรายละเอียดเฉพาะรุ่นที่ทำให้มันดูแตกต่างจาก Turbo S อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นลิปหน้าแบบก้าวร้าว ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ที่เสาบี กระจกมองข้าง และสปอยเลอร์หลังแบบ Active Aero ที่ปรับขึ้นลงตามความเร็ว
ผมขับรถคันนี้มาเกือบ 1,600 กม. ในไม่กี่วัน และต้องบอกว่ามันเปลี่ยนมุมมองของผมที่มีต่อรถไฟฟ้าสมรรถนะสูงไปเลย ไฟท้ายดีไซน์ใหม่ดูสวยมากโดยเฉพาะตอนกลางคืน และล้อฟอร์จน้ำหนักเบาที่มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานก็ช่วยเสริมบุคลิกของรถได้อย่างลงตัว
ภายในและเทคโนโลยี
ภายในห้องโดยสารของ Turbo GT ผมรู้สึกว่ามันผสมผสานความสปอร์ตกับความหรูหราได้อย่างลงตัว วัสดุ Race-Tex ซึ่งเป็น Alcantara เวอร์ชัน Porsche ถูกใช้ตกแต่งทั่วห้องโดยสาร ผสานกับชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ เบาะหน้าเฉพาะรุ่น Turbo GT ออกแบบมาให้รองรับร่างกายได้ดีมาก ผมขับทางไกลหลายร้อยกิโลไม่รู้สึกปวดหลังหรืออยากลงไปยืดเส้นยืดสายเลย แต่ที่น่าเสียดายคือเบาะไม่มีระบบระบายความร้อน มีแค่เบาะอุ่น ซึ่งในเมืองร้อนอย่างบ้านเราถือว่าเป็นข้อเสียที่ค่อนข้างสำคัญ
ระบบอินโฟเทนเมนต์ใช้หน้าจอคู่ หน้าจอหลักแสดงข้อมูลต่างๆ และรองรับ Apple CarPlay ส่วนหน้าจอรองด้านล่างใช้เป็นทั้งทัชแพดควบคุมหน้าจอหลักและปรับระดับเสียงด้วยท่าทางนิ้ว ซอฟต์แวร์โดยรวมใช้งานได้ดีขึ้นจากรุ่นก่อน แต่ต้องยอมรับว่ายังไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร การตอบสนองยังมีความหน่วงอยู่บ้าง นอกจากนี้ Porsche ยังเริ่มวางรากฐานระบบ Apple CarPlay เวอร์ชันใหม่ที่ผสานการควบคุมรถเข้ากับระบบ Apple ได้แนบเนียนขึ้น ซึ่งถือเป็นทิศทางที่น่าสนใจมาก
พื้นที่ใช้สอยและความปฏิบัติ
ถ้าพูดถึงเรื่องพื้นที่ใช้สอย ต้องยอมรับตรงๆ ว่า Taycan ไม่ใช่รถไฟฟ้าที่เน้นเรื่องนี้ ฟรังค์ด้านหน้ามีความจุเพียงประมาณ 82 ลิตร ซึ่งถือว่าเล็กมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกัน ท้ายรถก็พอใช้ได้แต่ไม่ได้กว้างขวางอะไร มีช่องเก็บของซ่อนด้านล่างนิดหน่อย
สำหรับคนที่มองหารถไฟฟ้าซีดานที่ใช้งานได้อเนกประสงค์ ตรงนี้อาจจะเป็นจุดที่ต้องยอมรับ แต่สำหรับคนที่ซื้อ Turbo GT เพื่อสมรรถนะเป็นหลักและมีรถคันอื่นใช้ในชีวิตประจำวัน เรื่องนี้คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่
สัมผัสการขับขี่
มาถึงส่วนที่ผมตื่นเต้นที่สุด สมรรถนะของ Taycan Turbo GT นั้นบ้าคลั่งอย่างแท้จริง ด้วยพลัง 1,092 แรงม้า และแรงบิด 1,239 นิวตันเมตร จากมอเตอร์คู่ขับเคลื่อนสี่ล้อ เมื่อเหยียบเต็มเท้าไม่ว่าจะที่ความเร็วเท่าไหร่ มันก็พุ่งออกไปอย่างไร้ความปรานี รู้สึกได้ถึงแรง G ที่กดตัวเข้ากับเบาะอย่างชัดเจน
แต่สิ่งที่ทำให้ Turbo GT โดดเด่นกว่ารถไฟฟ้าแรงๆ คันอื่นไม่ใช่แค่เรื่องพลัง แต่เป็นเรื่องช่วงล่างและการจัดการตัวรถ ระบบช่วงล่างแบบ Double Wishbone ทำให้การเข้าโค้งนุ่มนวลและแม่นยำอย่างน่าทึ่งสำหรับรถที่หนักขนาดนี้ ระบบ Adaptive Air Suspension พร้อม Hydraulic Actuator ทั้งสองฝั่งกดตัวรถให้แนบถนน ทำให้อาการโคลงตัวแทบไม่มีเลยโดยเฉพาะในโหมด Sport Plus และ Attack Mode
พวงมาลัยคือไฮไลท์อีกอย่างที่ผมชอบมาก น้ำหนักพวงมาลัยให้ความรู้สึก analog ที่ดีที่สุดในรถไฟฟ้าที่ผมเคยจับมา มันสร้างความมั่นใจอย่างมากในการควบคุมรถหนักกว่า 2,200 กก. คันนี้ อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าน้ำหนักตัวรถยังคงรู้สึกได้เมื่อเข้าโค้งแรงๆ มันไม่ได้ให้ฟีลลิ่งเหมือน 911 อย่างที่หลายคนชอบพูดกัน แต่สำหรับรถซีดานไฟฟ้าแล้ว ต้องบอกว่ามันทำได้เหนือชั้นมาก
ระยะทางวิ่งและการชาร์จ
ระยะทางวิ่งของ Taycan Turbo GT อยู่ที่ประมาณ 450 กม. ซึ่งในโหมดสมรรถนะสูงจะลดลงไปอีก ตรงนี้ถือว่าน้อยกว่าคู่แข่งบางรุ่นอยู่พอสมควร สำหรับการขับทางไกลจริงๆ ต้องยอมรับว่าต้องแวะชาร์จบ่อยกว่าที่อยากจะแวะ
ข้อดีคือรถรองรับการชาร์จเร็วสูงสุด 350 kW ทำให้ชาร์จจาก 20% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น ซึ่งถือว่าเร็วมาก แต่สำหรับคนที่วางแผนจะใช้เป็นรถหลักคันเดียว เรื่องระยะทางวิ่งอาจเป็นสิ่งที่ต้องคิดให้ดี สำหรับลูกค้า Porsche ที่มีรถหลายคันและใช้ Turbo GT เป็นรถสนุกสำหรับวันหยุด เรื่องนี้คงไม่ใช่ปัญหา
ระบบเบรกและรายละเอียดสมรรถนะ
ระบบเบรกของ Turbo GT เป็นอีกจุดที่น่าทึ่ง คาลิปเปอร์ 10 พิสตันขนาดมหึมาจับกับจานเบรกที่น่าจะใหญ่กว่า 400 มม. ซึ่งน่าจะเป็นระบบเบรกที่ใหญ่ที่สุดในรถไฟฟ้าซีดานเท่าที่มีมา ด้วยพลังระดับนี้ การมีเบรกขนาดนี้ถือว่าสมเหตุสมผลมาก
อีกฟีเจอร์ที่ชอบคือระบบช่วงล่างที่ยกตัวรถขึ้นอัตโนมัติเมื่อเปิดประตู ช่วยให้ขึ้นลงรถสะดวกขึ้นมาก เพราะตำแหน่งปกติของรถค่อนข้างต่ำมากสำหรับซีดาน ใกล้พื้นมากจนต้องระวังเรื่องการครูดท้องรถพอสมควร
สรุป
Porsche Taycan Turbo GT คือรถไฟฟ้าซีดานสมรรถนะสูงที่เน้นประสบการณ์การขับขี่แบบสปอร์ตเป็นหลัก มันอาจไม่ใช่รถไฟฟ้าที่ดีที่สุดในทุกด้าน ระยะทางวิ่งน้อยกว่าคู่แข่ง พื้นที่เก็บของจำกัด แต่ในเรื่องของอรรถรสการขับขี่ ฟีลลิ่งพวงมาลัย การจัดการตัวรถ และสมรรถนะบนสนามแข่ง ต้องยกให้เป็นที่หนึ่งในกลุ่มรถไฟฟ้าซีดานอย่างไม่ต้องสงสัย
ถ้าคุณต้องการรถไฟฟ้าที่ให้ทั้งความสนุกในการขับและความสามารถในการปรับแต่งสไตล์ตามใจชอบ ทั้งสีตัวถังแปลกตาและการตกแต่งภายในแบบ Bespoke รถคันนี้คือคำตอบ สำหรับคนที่ชื่นชอบ Porsche และต้องการประสบการณ์สมรรถนะสูงสุดในโลกรถไฟฟ้า Taycan Turbo GT ทำได้ยอดเยี่ยมในสิ่งที่มันถูกสร้างมาเพื่อทำ
ข้อดี
- พลังขับเคลื่อนมหาศาล 1,092 แรงม้า เร่งได้อย่างบ้าคลั่ง
- ฟีลลิ่งพวงมาลัยดีที่สุดในรถไฟฟ้าซีดาน
- ระบบช่วงล่างแอคทีฟควบคุมตัวรถได้ยอดเยี่ยม แทบไม่มีอาการโคลงตัว
- ดีไซน์ภายนอกสวยก้าวร้าวและปรับแต่งสีได้หลากหลาย
- ชาร์จเร็วรองรับ 350 kW จาก 20-80% ใน 20 นาที
- เบาะนั่งนุ่มสบายแม้ขับทางไกลหลายร้อยกิโลเมตร
- ภายในผสมผสานความสปอร์ตกับความหรูหราได้ลงตัว
ข้อเสีย
- ระยะทางวิ่งราว 450 กม. ซึ่งน้อยกว่าคู่แข่งบางรุ่น
- พื้นที่เก็บของด้านหน้าเล็กมากเพียง 82 ลิตร
- เบาะไม่มีระบบระบายความร้อน มีแค่เบาะอุ่น
- ซอฟต์แวร์ยังไม่เร็วและลื่นไหลเท่าที่ควร
- น้ำหนักตัวรถกว่า 2,200 กก. ยังรู้สึกได้ชัดเมื่อเข้าโค้ง
- พื้นที่ท้ายรถไม่กว้างขวางเท่าที่ควรสำหรับรถไฟฟ้าซีดาน
สรุป
“ถ้าคุณต้องการรถไฟฟ้าซีดานที่ให้ประสบการณ์การขับขี่แบบสปอร์ตสุดขีดและไม่ได้กังวลเรื่องระยะทางวิ่งมากนัก Taycan Turbo GT คือตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่ถ้าต้องการความอเนกประสงค์และระยะทางวิ่งไกลเป็นหลัก อาจต้องพิจารณาทางเลือกอื่น”