8.2/10Tesla Model 3 Premium Performance AWD
2024 Sedan · ฿2,099,000 · 8.2/10 avg from 2 reviews
Auto Focus
1.2M·1 ปีที่แล้ว·EN

2024 Tesla Model 3 Performance: 0-60 ใน 2.9 วินาที!
2024 Tesla Model 3 Performance: 0-60 in 2.9 seconds!
Tesla Model 3 Performance รุ่นนี้ไม่ได้แค่เร็วขึ้นอย่างเดียว แต่เป็นรถที่สมบูรณ์แบบขึ้นในทุกด้าน ทั้งช่วงล่าง เบรก แอโรไดนามิกส์ และเบาะนั่งแบบสปอร์ต ผมว่ามันสนุกมากจริงๆ แม้จะไม่มีเสียงเครื่องยนต์ก็ตาม
ความประทับใจแรก
พอได้เห็น Tesla Model 3 Performance ตัวจริง ผมรู้สึกทันทีว่ามันไม่ใช่แค่ Model 3 ธรรมดาที่เร็วขึ้น Tesla ทำการบ้านมาดีมาก เพราะรุ่นก่อนหน้านี้ทั้ง Model S Plaid ก็ถูกวิจารณ์ว่าแทบไม่ต่างจากรุ่นปกติเลยนอกจากเรื่องความเร็ว แต่คราวนี้ Model 3 Performance มาพร้อมการปรับปรุงรอบด้านจริงๆ ทั้งแอโรไดนามิกส์ ช่วงล่าง เบรก และเบาะนั่ง
ด้วยพละกำลังประมาณ 510 แรงม้า เร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในราว 3 วินาที และความเร็วสูงสุดราว 262 กม./ชม. ตัวเลขเหล่านี้อยู่ในระดับรถสมรรถนะสูงอย่างแท้จริง แต่สิ่งที่ผมชอบมากกว่าตัวเลขคือการที่มันแรงขึ้นตลอดทั้งย่านความเร็ว ไม่ใช่แค่ตอนออกตัว
ดีไซน์ภายนอก
ภายนอกมีรายละเอียดที่บอกให้รู้ว่านี่คือรุ่น Performance อย่างชัดเจน สปลิตเตอร์หน้ามีขนาดใหญ่ขึ้น ไฟหน้าดูเฉียบคมขึ้น และมีช่องระบายอากาศแบบ functional เพิ่มความดุให้หน้ารถ ล้อใหม่ขนาด 20 นิ้วแบบสแตกเกอร์ หน้ากว้าง 235 มม. หลังกว้าง 275 มม. ใส่ยาง Pirelli P Zero ที่ Tesla ร่วมพัฒนามาโดยเฉพาะ ดูสปอร์ตและดุดันมาก
ด้านหลังมีสปอยเลอร์คาร์บอนไฟเบอร์ที่ช่วยเรื่องดาวน์ฟอร์ซได้จริง พร้อมสปลิตเตอร์หลังที่ปรับมุมใหม่ คาลิปเปอร์เบรกสีแดงโผล่มาให้เห็นผ่านซี่ล้อ บอกตรงๆ ว่าดูดีมากครับ รวมๆ แล้วภายนอกมีความ aggressive ขึ้นอย่างลงตัว ไม่ได้ดุเกินไปจนหลุดคาแรกเตอร์ของ Model 3
ภายในและเทคโนโลยี
ภายในห้องโดยสารยังคงมินิมอลแบบ Tesla แต่มีรายละเอียดที่ต่างออกไป แผงคาร์บอนไฟเบอร์บริเวณแดชบอร์ดเพิ่มความพรีเมียม วัสดุ Alcantara บนแดชบอร์ดสัมผัสได้ถึงความสปอร์ต และเส้นสายตกแต่งบนแผงประตูคู่กับไฟ LED ดูหรูขึ้นอีกระดับ
สิ่งที่ผมประทับใจมากคือเบาะนั่งใหม่ มี bolster รองรับลำตัวและขาได้ดีขึ้นชัดเจน พอนั่งลงไปจะรู้สึกถูกโอบรับ เวลาเข้าโค้งแรงๆ ตัวไม่ไถล เบาะหน้ามีระบบระบายอากาศที่ลมเย็นขึ้นมาถึงบริเวณคอเลย สบายมาก คันเร่งและเบรกเป็นแบบอลูมิเนียม เก๋ดี ส่วนช่องเก็บของแม่เหล็กปิดแปะติดแน่นสนิท เสียงปิดฟังเพลินมาก
แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมผิดหวังคือปุ่มบนพวงมาลัย กลับไปเป็นแบบ capacitive touch แทนที่จะเป็นปุ่มกดแบบ clicky ที่รุ่นก่อนเพิ่งเปลี่ยนมา ซึ่งดีกว่ามาก ไม่เข้าใจเลยว่าทำไม Tesla ถึงถอยหลังตรงนี้
สัมผัสการขับขี่
ขับจริงบนถนนโค้งผมสัมผัสได้ถึงความแตกต่างสามเรื่องหลัก เรื่องแรกคือแรง มันไม่ได้แค่เร็วตอนออกตัว แต่แรงขึ้นตลอดทั้งย่าน ไม่ว่าจะออกจากไฟแดงหรือแซงบนทางด่วน การตอบสนองฉับไวมากเพราะมอเตอร์หลังตัวใหม่ให้กำลังมากขึ้นและกระจายแรงบิดไปทางล้อหลังมากกว่าเดิม
เรื่องที่สองคือการควบคุม ช่วงล่างใหม่พร้อมแดมเปอร์ที่ปรับมาให้สปอร์ตขึ้นแต่ไม่กระด้าง เบรกที่อัปเกรดแล้วให้ความมั่นใจในการหยุดรถ และที่น่าทึ่งคือน้ำหนักรถยังคงอยู่ที่ราว 1,800 กว่ากิโลกรัมเท่ารุ่นเดิม ทั้งที่เพิ่มอุปกรณ์มาเยอะ แปลว่ามีการลดน้ำหนักส่วนอื่นลงด้วย ทำให้รถคล่องตัวมาก
เรื่องสุดท้ายคือ Track Mode ที่มีเฉพาะรุ่น Performance ปรับตั้งค่าได้ละเอียด ทั้ง oversteer/understeer ระดับ regen ระบบช่วยเสถียรภาพ มีโหมด Race และ Drift ให้เลือก พร้อมแสดงข้อมูลอุณหภูมิเบรก มอเตอร์ และแรงดันลมยางแบบเรียลไทม์ สำหรับคนที่จะเอาไปลงแทร็กจะได้ประโยชน์เต็มที่
ความคุ้มค่า
เมื่อเทียบกับรถที่เร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาใกล้เคียงกัน Model 3 Performance มาพร้อมอุปกรณ์ครบครันทั้งเบาะสปอร์ต ช่วงล่างที่ปรับมาเฉพาะ เบรกอัปเกรด ชุดแอโรคาร์บอนไฟเบอร์ และ Track Mode ถือว่าครบจบในคันเดียว
สิ่งที่ขาดไปคือตัวเลือกเบรกเซรามิกคาร์บอนสำหรับคนที่จริงจังเรื่องแทร็ก ซึ่งอาจจะมาในอนาคต แต่สำหรับการใช้งานทั่วไปและลงแทร็กเป็นครั้งคราว อุปกรณ์ที่มาให้ถือว่าเพียงพอและแข่งขันได้ดีในกลุ่ม
สรุป
Tesla Model 3 Performance เป็นรถที่ Tesla ทำได้ดีกว่าที่เคยทำมาในเรื่องของการแยกรุ่น Performance ออกจากรุ่นปกติ ไม่ใช่แค่เพิ่มแรงม้าแล้วจบ แต่ปรับปรุงรอบด้านทั้งช่วงล่าง เบรก แอโร เบาะ และซอฟต์แวร์ ทำให้เป็นรถที่สมบูรณ์แบบขึ้นอย่างชัดเจน
ถ้าคุณอยากได้รถ EV ที่ขับสนุก เร็วจัด แต่ยังใช้เป็นรถประจำวันได้อย่างสบาย คันนี้ตอบโจทย์ครับ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ยังต้องการเสียงเครื่องยนต์และฟีลลิ่งแบบรถสปอร์ตดั้งเดิม ก็ต้องยอมรับว่า EV มันเงียบ ซึ่งอาจไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนต้องการ แต่สำหรับผม มันสนุกมากจริงๆ ครับ
ข้อดี
- เร่ง 0-100 ได้ในราว 3 วินาที แรงทะลุทุกย่านความเร็ว
- ช่วงล่างสปอร์ตแต่ไม่กระด้าง เหมาะใช้งานทุกวัน
- เบรกอัปเกรดให้หยุดได้ดีขึ้น
- เบาะสปอร์ตใหม่รองรับตัวได้ดีเยี่ยม
- ล้อ 20 นิ้วแบบสแตกเกอร์ดูหล่อและจับถนนดี
- มี Track Mode ปรับแต่งได้หลายโหมด
- ชิ้นส่วนแอโรคาร์บอนไฟเบอร์ช่วยเรื่องดาวน์ฟอร์ซจริง
- น้ำหนักรถเท่ารุ่นเดิมแม้จะเพิ่มอุปกรณ์มาเยอะ
ข้อเสีย
- ปุ่มบนพวงมาลัยกลับไปเป็นแบบสัมผัสแทนปุ่มกดจริง น่าผิดหวัง
- ไม่มีเสียงเครื่องยนต์สำหรับคนที่ชอบความเร้าใจแบบดั้งเดิม
- พื้นที่เบาะหลังยังคงเท่ารุ่นปกติ ไม่ได้กว้างขึ้น
- ยังไม่มีตัวเลือกเบรกเซรามิกคาร์บอนสำหรับคนจริงจังเรื่องแทร็ก
- ช่องเก็บของในกล่องเก็บของหน้ารถค่อนข้างเล็ก
สรุป
“ถ้าคุณอยากได้รถ EV ที่ขับสนุก เร็วจัด และยังใช้เป็นรถประจำวันได้สบาย Model 3 Performance ตอบโจทย์ทุกอย่าง แต่ถ้าคุณยังต้องการเสียงเครื่องยนต์และอารมณ์แบบรถสปอร์ตคลาสสิก รถคันนี้อาจไม่ใช่คำตอบ”