8.2/10Tesla Model Y
2026 Suv · ฿1,719,000 – ฿2,019,000 · 8.2/10 avg from 1 review
EV Girls
129K·10 เดือนที่แล้ว·
TH

TESLA MODEL Y ตัวใหม่! รถอะไรนั่งสบายแต่ขับสนุก ตัวเริ่ม 1.7 ล้าน | EV Girls
NEW Tesla Model Y! Comfortable Yet Fun to Drive | EV Girls
Tesla Model Y ใหม่ทำให้ผมประทับใจมากจริงๆ ช่วงล่างปรับมาดีขึ้นเยอะ นุ่มแน่นแต่ยังสนุก เก็บเสียงเงียบขึ้นชัดเจน ฟังก์ชันเพิ่มมาครบ แทบหาที่ติไม่ได้เลย
ความประทับใจแรก
Tesla Model Y ตัวใหม่ หรือที่คนเรียกกันว่า Juniper นี่บอกเลยว่าพอได้ขับจริงแล้วประทับใจมากครับ ได้รถมาลองแบบเต็มๆ 3 วัน ขับไปเขาใหญ่เลย ได้สัมผัสทั้งทางด่วน ทางต่างจังหวัด และทางคดเคี้ยวขึ้นเขา
สิ่งที่รู้สึกได้ตั้งแต่ออกรถมาเลยคือช่วงล่างที่เปลี่ยนไปจากรุ่นเก่าอย่างชัดเจน สเปคบอกว่าดีขึ้น 27% แต่สำหรับคนที่เคยขับ Model Y รุ่นก่อนมาก่อน บอกเลยว่ารู้สึกดีขึ้นเกินตัวเลขนั้นมาก
ดีไซน์ภายนอก
ด้านหน้าเปลี่ยนโฉมไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีโลโก้ด้านหน้าแล้ว เป็นแบบเรียบหมดจด ไฟหน้าเปลี่ยนเป็นแบบเรียวยาวเป็นแท่งเล็กๆ ดูทันสมัยขึ้น แล้วก็มีกล้องหน้าเพิ่มมาพร้อมระบบฉีดน้ำทำความสะอาดในตัว ฝากระโปรงหน้ามีช่องเก็บของเหมือนเดิม แต่เพิ่มรูระบายน้ำมาให้ด้วย ซึ่งตอบโจทย์มากถ้าจะใส่น้ำแข็งหรือของแช่เย็น
ด้านข้างขนาดใกล้เคียงรุ่นเก่ามาก แทบแยกไม่ออกด้วยตาเปล่า แต่ด้านหลังนี่เปลี่ยนไปเลย ไฟท้ายเป็นแถบยาวพาดผ่านตัวรถ คำว่า Tesla อยู่ด้านหลังแบบแสงสะท้อนลงมาสวยมาก ตูดรถมีความโค้งมนขึ้น ป้ายทะเบียนย้ายมาอยู่ด้านล่าง กล้องหลังขยับขึ้นมาอยู่ตรงกลาง ภาพรวมดูพรีเมียมขึ้นเห็นได้ชัด
ภายในและเทคโนโลยี
ภายในไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากจากรุ่นเก่า แต่สิ่งที่เพิ่มมาล้วนมีคุณค่า พวงมาลัยเปลี่ยนมาเขียน Tesla แทนโลโก้ ก้านเกียร์ฝั่งขวาไม่มีแล้ว เกียร์ย้ายไปอยู่ที่หน้าจอหรือปุ่มบนหลังคา แต่ก้านไฟเลี้ยวฝั่งซ้ายยังอยู่ ซึ่งใช้งานง่ายกว่า Model 3 รุ่น 2024 อยู่พอสมควร
คอนโซลหน้าเปลี่ยนวัสดุเป็นแบบผ้าแล้ว ไม่สะท้อนแดดเข้ากระจกข้างอีกต่อไป อันนี้ชื่นชมมากเพราะรุ่นเก่าเป็นปัญหาจริงๆ จอกลางขนาดเท่าเดิมแต่ขอบเล็กลงทำให้พื้นที่แสดงผลใหญ่ขึ้น มี Ambient Light รอบคันที่เลือกสีและตั้งเวลาเปิดปิดได้ ลำโพงยังเป็นระบบคุณภาพดีเหมือนเดิม
ไฮไลท์สำคัญคือจอหลังสำหรับผู้โดยสาร ปรับแอร์ ปรับเบาะ ดู YouTube เล่นเกม เชื่อมบลูทูธเองได้หมด หน้าจอลื่นมาก เบาะหลังปรับเอนไฟฟ้าได้และพับไฟฟ้าจากปุ่มท้ายรถ รวดเร็วทันใจ แต่ที่ยังเป็นข้อเสียคือไม่รองรับ Apple CarPlay กับ Android Auto ซึ่งบางคนอาจติดใจ
สัมผัสการขับขี่
ช่วงล่างคือจุดที่เปลี่ยนไปมากที่สุดครับ เป็นความนุ่มแน่นที่ลงตัว ผ่านเนินผ่านฝาท่อไม่สะเทือนเท่ารุ่นเก่า แต่ยังมีกลิ่นอายความแข็งของ Tesla อยู่นิดหน่อยที่ทำให้ขับสนุก บอกได้เลยว่านั่งสบายและขับสนุกไปพร้อมกัน ซึ่งหายากในรถคันเดียวกัน
คันเร่งปรับได้ 2 ระดับ โหมดชิลเหมาะกับการขับทั่วไป โหมดมาตรฐานพุ่งได้ทันที 0-100 กม./ชม. ทำได้ 4.3 วินาที การหน่วงคันเร่งก็ปรับได้ ถ้าตั้งแบบลดลงมันจะไหลสมูทมากไม่กระชากไม่ทำให้คนนั่งหลังเวียนหัว โหมดควบคุมการทรงตัวมีให้ 3 แบบ ทั้งอัตโนมัติ พื้นผิวลื่น และ Off-road พวงมาลัยปรับน้ำหนักได้ 3 ระดับเหมือนเดิม
เรื่องเก็บเสียงนี่ต้องชมเป็นพิเศษ กระจก 2 ชั้นทั้ง 4 บาน ทำให้เสียงลมลดลง 20% เสียงจากพื้นถนนลดลง 22% ขับผ่านรถบรรทุกแทบไม่ได้ยินเลย ระบบ Autopilot กับ EAP ทำงานได้ดีมาก เปลี่ยนเลนเก่งมาก ดูระยะจากรถคันหลังก่อนเปลี่ยน ถ้ามีรถมาเร็วก็จะไม่ออกให้ ถ้ารถข้างช้ากว่าก็เร่งแซงไปอยู่หน้า ฉลาดมาก
การใช้พลังงานและการชาร์จ
ขับจากกรุงเทพฯ ไปเขาใหญ่ ระยะทาง 191.3 กม. กินไฟอยู่ที่ 16.8 วัตต์ชั่วโมงต่อ 100 กม. ซึ่งถือว่าประหยัดมากเมื่อเทียบกับรถ SUV ไฟฟ้าคันอื่นที่มักจะกิน 19-24 ออกจากบ้านแบต 99% ขับไปถึงเขาใหญ่เหลือ 54% วิ่งได้อีก 283 กม. สามารถไปกลับเขาใหญ่ได้โดยไม่ต้องชาร์จเลย
ลองชาร์จที่ Supercharger ของ Tesla รับไฟ DC สูงสุด 250 กิโลวัตต์ เห็นไฟเข้าสูงสุดที่ 213 กิโลวัตต์ ชาร์จจาก 20% ไป 80% ใช้เวลาแค่ 32 นาที ถือว่าเร็วมากสำหรับการแวะพักระหว่างเดินทาง
ความสะดวกสบายของผู้โดยสาร
เบาะหน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง มีทั้งเบาะเย็นและเบาะอุ่น ส่วนเบาะหลังมีแค่เบาะอุ่นไม่มีเบาะเย็น เบาะหลังปรับเอนไฟฟ้าได้ เบาะรองก้นยาวดี นั่งสบายไม่เมื่อย Legroom เหลือเยอะ Headroom ก็เพียงพอ
ผู้โดยสารหลังรู้สึกถึงพื้นผิวถนนมากกว่าข้างหน้านิดหน่อย และรู้สึกร้อนจากหลังคากระจกมากกว่าข้างหน้าเล็กน้อย แม้ว่ารุ่นนี้จะเคลือบเงินกันความร้อนเพิ่มขึ้น 26% แล้วก็ตาม ท้ายรถกว้างเหมือนเดิม มีพื้นที่เก็บของใต้พื้นลึกมาก ด้านข้างมีช่องใส่ของเพิ่มเติม ฝาท้ายเปิดปิดไฟฟ้า สะดวกใช้งานมาก
สรุป
Tesla Model Y ใหม่ปรับปรุงมาได้ดีมากในแทบทุกด้าน ช่วงล่างนุ่มขึ้นแต่ยังสนุก เก็บเสียงดีขึ้นชัดเจน ประหยัดไฟกว่าเดิม ฟังก์ชันเพิ่มมาเยอะทั้งจอหลัง เบาะหลังไฟฟ้า Ambient Light คอนโซลหน้าไม่สะท้อนแดดแล้ว ระบบช่วยขับอัจฉริยะทำงานได้ยอดเยี่ยม
ข้อที่อาจไม่ถูกใจบางคนก็มี เช่น เกียร์อยู่ที่หน้าจอ ไม่มี Apple CarPlay ช่องชาร์จมือถือหยิบยาก และตะเข็บด้ายที่พวงมาลัยแข็งนิดหน่อย แต่โดยรวมแล้วข้อดีมากกว่าข้อเสียเยอะมาก ถ้ามองหา SUV ไฟฟ้าที่ครบเครื่องทั้งสมรรถนะ ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยี คันนี้ตอบโจทย์ครับ
ข้อดี
- ช่วงล่างนุ่มแน่นขึ้นมาก นั่งสบายแต่ยังขับสนุก
- เก็บเสียงดีขึ้นชัดเจน กระจก 2 ชั้นทั้ง 4 บาน
- กินไฟน้อยกว่ารุ่นเก่า ประมาณ 16.8 วัตต์ชั่วโมงต่อ 100 กม.
- เบาะหลังปรับไฟฟ้าเอนได้ พับไฟฟ้าจากท้ายรถ
- มีจอหลังสำหรับผู้โดยสาร ดู YouTube เล่นเกมได้
- ระบบ Adaptive Cruise และเปลี่ยนเลนอัตโนมัติทำงานดีมาก
- คอนโซลหน้าไม่สะท้อนแดดเข้ากระจกข้างแล้ว
- ชาร์จเร็ว 20-80% ใช้เวลาแค่ 32 นาที
ข้อเสีย
- ตะเข็บด้ายเย็บด้านหลังพวงมาลัยแข็งและเสียบมือ
- ช่องชาร์จมือถือย้ายไปอยู่ในกล่องคอนโซล หยิบยากขณะขับ
- ช่องเก็บของกลางลึกเกินไป หยิบโทรศัพท์ยาก
- ไม่รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto
- ผู้โดยสารหลังรู้สึกร้อนจากหลังคากระจกมากกว่าข้างหน้า
- เกียร์อยู่ที่หน้าจอ อาจไม่ถูกใจบางคน
- เบาะหลังไม่มีระบบทำความเย็น มีแค่เบาะอุ่น
สรุป
“ถ้ามองหา SUV ไฟฟ้าที่ขับสนุก นั่งสบาย ฟังก์ชันครบ และชาร์จเร็ว Tesla Model Y ใหม่ตอบโจทย์มาก แทบหาที่ติไม่ได้ ยกเว้นคนที่ติดเรื่องไม่มี CarPlay หรือไม่ชอบเกียร์แบบหน้าจอ”