7.5/10Zeekr 7X
2025 Suv · ฿1,399,000 – ฿1,799,000 · 8.0/10 avg from 3 reviews
autolifethailand official
1.2M·7 เดือนที่แล้ว·
TH

สู้เพื่อนได้...นั่งอย่างหรู ขับอย่างสบาย..Zeekr 7X Performance AWD แลกค่าตัว 1.799 ล้าน
Can It Compete? Luxurious Ride, Comfortable Drive - Zeekr 7X Performance AWD
Zeekr 7X Performance AWD เป็นรถที่เน้นความสบายหรูหราสำหรับครอบครัว ไม่ใช่สายซิ่ง ขับชิลๆ นั่งสบายทุกตำแหน่ง ออปชันแน่นเอี๊ยด แต่ถ้าอยากซิ่งจริงจังช่วงล่างกับพวงมาลัยยังไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร
ความประทับใจแรก
Zeekr 7X Performance AWD เป็นรถที่พอเห็นแล้วรู้เลยว่าไม่ธรรมดา คาลิปเปอร์เบรกสีส้มโผล่มาให้เห็นชัดเจนว่ารถคันนี้ซ่อนพละกำลังมหาศาลเอาไว้ด้วยมอเตอร์คู่ให้กำลัง 637 แรงม้า แรงบิด 710 นิวตันเมตร ทำ 0-100 ได้ราว 3 วินาทีกว่าๆ แบตเตอรี่ขนาด 100 กิโลวัตต์ชั่วโมง พร้อมเทคโนโลยี 800 โวลต์ชาร์จเร็ว
แต่พอได้ลองขับจริงจังบนท้องถนน สิ่งที่สัมผัสได้ชัดเจนที่สุดกลับไม่ใช่ความแรง แต่เป็นความสบายและความหรูหราที่ซ่อนอยู่ในรถ SUV ไฟฟ้าคันนี้ ตั้งแต่ประตูไฟฟ้าทั้ง 4 บาน ไปจนถึงม่านไฟฟ้าด้านข้าง มันให้ฟีลลิ่งที่ดูพรีเมียมอยู่ในระดับที่น่าประทับใจ
ภายในและความสะดวกสบาย
จุดเด่นที่สุดของ 7X คันนี้ต้องยกให้ห้องโดยสารด้านหลัง พื้นที่กว้างขวางเทียบเท่า MPV เลยทีเดียว เบาะหลังปรับเอนได้ด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งเมื่อเข้าสู่โหมดพักผ่อน เบาะจะเอนลงพร้อมยกที่รองน่องขึ้นมา ทำให้รู้สึกเหมือนนอนจริงๆ มีตัวตั้งเวลาได้ด้วยว่าอยากพักกี่นาที สะดวกมาก
หลังคากระจกพาโนรามิคเป็นอีกจุดที่ต้องชมเลย กันความร้อนได้ดีที่สุดในตลาดจริงๆ ขับมาทั้งวันไม่รู้สึกระอุศีรษะเลย ยิ่งเปิดม่านไฟฟ้าเสริมด้วยยิ่งดีเข้าไปอีก ตรงนี้ถือว่าแก้ปัญหาหลังคากระจกร้อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เบาะหน้าเป็น Nappa มีที่รองน่องปรับขึ้นลงได้ มีพัดลมระบายอากาศแต่ไม่มีระบบทำความร้อน มี Wireless Charge 50 วัตต์ สองช่อง มี USB-A และ USB-C กระแสไฟแรงดี แอร์ 3 โซนแต่ต้องปรับอุณหภูมิของโซนหลังผ่านหน้าจอกลาง ซึ่งตรงนี้ค่อนข้างเสียจังหวะ น่าจะมีปุ่มปรับให้คนนั่งหลังได้โดยตรง
สัมผัสการขับขี่
เรื่องอัตราเร่งไม่ต้องพูดถึง 637 แรงม้ากับ 710 นิวตันเมตร มันแรงจนต้องระวัง ชูตขึ้นไปนุ่มนวลไม่กระชากเลย ไม่ว่าจะอยู่โหมดไหนก็แรงทั้งนั้น แต่ผมแนะนำว่าใช้โหมด Eco สำหรับการขับขี่ทั่วไปจะพอดีที่สุด เพราะแม้แต่โหมดปกติก็ยังรู้สึกแรงเกินไปหน่อยสำหรับการใช้งานในเมือง
ช่วงล่างถุงลม Adaptive Air Suspension เป็นดาบสองคม ในโหมดปกติมันนุ่มนวลมากเหมาะกับการขับในเมืองรถติดๆ แต่พอออกทางไกลใช้ความเร็วสูง มันจะยวบยาบจนรู้สึกเหมือนเรืออยู่บ้าง ผมแนะนำเลยว่าถ้าเดินทางไกลให้ปรับช่วงล่างเป็นโหมดสปอร์ต ปรับพวงมาลัยให้หนัก ส่วนโหมดการขับใช้ Eco หรือ Comfort ก็พอ แบบนี้จะได้สมดุลที่ดีที่สุด
สิ่งที่ต้องพูดตรงๆคือ พวงมาลัยยังไม่คม ไม่แม่นยำพอสำหรับการขับเร็ว ช่วงล่างแม้จะปรับเป็นสปอร์ตแล้วก็ยังนุ่มกว่าที่ควรเมื่อเทียบกับกำลัง 637 แรงม้า เปลี่ยนเลนที่ความเร็วสูงท้ายรถจะโยนอยู่เหมือนกัน รถคันนี้ไม่ได้ถูกเซตมาให้เป็นสายสปอร์ตจ๋า แต่เป็น Family Car ที่มีความสปอร์ตในระดับหนึ่ง
ระบบช่วยขับและเทคโนโลยี
ระบบช่วยขับเป็นอีกจุดที่ต้องชมเต็มๆ Adaptive Cruise Control ทำงานได้จนถึงจุดหยุดนิ่ง ระบบ Lane Centering รักษารถอยู่กลางเลนได้แม่นยำ เวลารถติดๆแค่ประคองพวงมาลัยนิดเดียวก็ปล่อยให้ระบบทำงานได้สบาย การเบรกและชูตตามรถคันหน้าก็เนียนมาก ไม่วูบวาบ ถือว่าเป็นระบบช่วยขับที่สมบูรณ์ที่สุดคันหนึ่งเลย
นอกจากนี้ยังมีระบบเตือนการชนด้านหน้า เบรกอัตโนมัติ กล้อง 360 องศา ระบบช่วยถอยจอด รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย หน้าจอกลางควบคุมฟังก์ชันได้ครบถ้วน มีโหมด Camping สำหรับคนชอบเที่ยว มีโหมด Rest สำหรับพักผ่อนในรถ
การเก็บเสียงและความเงียบ
อีกจุดที่ต้องยกนิ้วให้คือการเก็บเสียง เสียงลมแทบไม่เข้ามาเลยแม้จะวิ่งที่ความเร็วสูง เสียงยางก็เข้ามาน้อยมาก ถือเป็นหนึ่งใน SUV ที่เก็บเสียงได้ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยลอง
แต่มีเสียงสังเคราะห์ตอนเร่งที่เป็นเสียงแบบอวกาศๆ ตอนแรกผมว่ามันน่ารำคาญอยู่ แต่พอเข้าไปในเมนูก็พบว่าสามารถปิดเสียงนี้ได้ แนะนำให้ปิดเลยครับ พอปิดแล้วห้องโดยสารเงียบสงบขึ้นเยอะ
ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
ออปชันที่ Zeekr 7X ให้มาต้องบอกว่าล้นเกินตัว ประตูไฟฟ้า 4 บาน ช่วงล่างถุงลม Adaptive เบาะ Nappa ปรับเอนไฟฟ้าทั้งหน้าและหลัง ม่านไฟฟ้า หลังคากระจกกันร้อน ระบบช่วยขับครบครัน Wireless Charge 50 วัตต์ แบตเตอรี่ 800 โวลต์ สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้รวมกันแล้วต้องบอกว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น SUV ไฟฟ้าหรือแม้แต่ SUV ไฮบริดก็ตาม
ระยะทางวิ่งได้ราว 500 กว่ากิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ใช้งานจริงก็ประมาณ 480 กิโลเมตร ถือว่าเพียงพอสำหรับรถครอบครัวที่ต้องเดินทางไกล
สรุป
Zeekr 7X Performance AWD เป็นรถที่ต้องเข้าใจตัวตนของมัน มันไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อสายซิ่ง แต่ถูกพัฒนามาเพื่อครอบครัวที่ต้องการความหรูหรา ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีล้ำๆ ถ้าคุณขับแบบครอบครัว ตั้งช่วงล่างเป็นสปอร์ต โหมดขับเป็น Eco วิ่งชิลๆ จากกรุงเทพฯไปเชียงใหม่ ผมรับประกันว่าทั้งคนขับและผู้โดยสารจะสบายทุกตำแหน่ง
แต่ถ้าคุณเป็นสายซิ่งชอบมุดซ้ายมุดขวา อยากได้ช่วงล่างหนึบๆ พวงมาลัยคมๆ ต้องบอกตรงๆว่ารถคันนี้ยังไม่ใช่คำตอบ ควรไปมองคู่แข่งอย่าง IM L6 ที่เซตมาเป็นสายสปอร์ตชัดเจนกว่า สรุปง่ายๆ ถ้าไฮเทคใช่ ความหรูใช่ ความสบายใช่ แต่ถ้าซิ่งซ่ายังไม่ใช่ครับ
ข้อดี
- กำลัง 637 แรงม้า อัตราเร่งเนียนไม่กระชาก
- ประตูไฟฟ้าทั้ง 4 บาน ให้ความหรูหรา
- เบาะหลังปรับเอนไฟฟ้า พร้อมที่รองน่อง นั่งสบายมาก
- หลังคากระจกกันความร้อนดีเยี่ยม ไม่ระอุเลย
- ม่านไฟฟ้าด้านข้างเพิ่มความเป็นส่วนตัว
- ระบบช่วยขับ Adaptive Cruise พร้อม Lane Centering ทำงานแม่นยำ
- เก็บเสียงได้ดีมาก เสียงลมแทบไม่เข้าแม้ความเร็วสูง
- พื้นที่ห้องโดยสารหลังกว้างใกล้เคียง MPV
ข้อเสีย
- ช่วงล่างโหมดปกตินุ่มเกินไป ความเร็วสูงจะยวบ
- พวงมาลัยยังไม่คมและไม่หนักพอสำหรับขับเร็ว
- ผู้โดยสารหลังอาจเวียนหัวหากขับเปลี่ยนเลนบ่อย
- เบาะหลังไม่ค่อยกระชับตัว นั่งแล้วรู้สึกไหลเล็กน้อย
- ปรับอุณหภูมิแอร์หลังต้องไปปรับที่หน้าจอกลาง ไม่มีปุ่มเฉพาะ
- เสียงสังเคราะห์ตอนเร่งค่อนข้างรำคาญ แนะนำให้ปิด
สรุป
“ถ้าคุณมองหา SUV ไฟฟ้าสำหรับครอบครัวที่เน้นความสบายหรูหรา ออปชันจัดเต็ม Zeekr 7X ตอบโจทย์แน่นอน แต่ถ้าคุณเป็นสายซิ่งชอบขับสปอร์ตจริงจัง ควรหันไปมองตัวเลือกอื่น”