



Kia EV5
2025 Suv · ฿1,299,000 – ฿1,799,000 · 7.3/10 เฉลี่ยจาก 3 รีวิว
autolifethailand official
1.2M ผู้ติดตาม·1 ปีที่แล้ว·
TH
ลองขับ Kia EV5 EARTH Exclusive Performance AWD ใหญ่ สบาย แรง แต่ไม่ใช่รถซิ่ง
Kia EV5 Earth Exclusive Performance AWD: Powerful and Spacious, but Not a Sports Car
Kia EV5 รุ่นท็อป AWD นี้มีพละกำลัง 308 แรงม้าและฟังก์ชันครบครัน แต่ผมว่าช่วงล่างนุ่มเกินไปสำหรับการใช้งานจริง และราคา 1.79 ล้านบาทค่อนข้างแรงไปหน่อย เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการขับเรื่อยๆ แต่ไม่ใช่สำหรับคนที่อยากซิ่งและเอนจอย
ความประทับใจแรก
เมื่อโดยสาร Kia EV5 AWD รุ่นท็อปคันนี้ครั้งแรก สิ่งที่ทำให้ประทับใจคือพละกำลังแรง 308 แรงม้า 480 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม/ชม เพียงประมาณ 10 วินาที นั่นแน่นอนทีเดียว แต่ที่ผมสนใจมากกว่าคือว่า แรงแล้วทำให้รถเหมาะสมหรือไม่ ช่วงล่างถูกเซ็ตมาดีหรือไม่ พวงมาลัยตอบสนองเพียงพอหรือไม่ สัมผัสเหล่านี้สำคัญกว่าตัวเลขแรงม้ามากมายเลย
จากการขับจริง ผมอยากพูดตรงๆว่า Kia EV5 AWD ลองเหมือนเดียวกับรุ่นขับ 2 ที่ผมไปขับที่เชียงรายน่านครั้งแล้ว ตัวรถหน้าตาเหมือนกัน ฟังก์ชันภายนอกเหมือนกัน ยางเหมือนกัน ซึ่งค่อนข้างน่าเสียดายที่ว่ารถรุ่นท็อปที่สุดซึ่งแพงที่สุด และแรงที่สุด ควรจะมีอะไรที่แตกต่างให้เห็นความเป็นรถท็อป ความเป็น Performance AWD ให้เจ้าของรู้สึกภูมิใจหน่อยเพราะราคาที่จ่ายไป 1.79 ล้านบาท
ดีไซน์ภายนอก
ในด้านดีไซน์ภายนอก ผมค่อนข้างชอบตัว Kia EV5 อยู่แล้ว รูปร่างมนเรียบ สปอยเลอร์ด้านท้ายมีออกแบบมาสวยงาม ไฟท้ายมาแบบดวงเต็มไปด้วยแสง LED ทั้งสองข้างสมดุลดี ไฟส่องสว่างมาเต็มไปด้วยระบบสมัยใหม่
ประตูด้านหลังเปิดกว้างขึ้นมาไปหนึ่งมุมเพื่อให้เข้าออกง่าย นั่นแสดงว่าเค้าออกแบบมาเน้นผู้โดยสารตอนหลังโดยสม่ำเสมอ กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ มีไฟเลี้ยวตรงสกปรกมองข้าง มีกล้องมองข้างที่ช่วยดูจุดบอดสปอทได้ดี เมื่อเปิดไฟเลี้ยว กล้องข้างนั้นจะเปิดขึ้นมาให้ดูอัตโนมัติ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ดีมากและมีประโยชน์จริงๆในการขับขี่
มือจับประตูราบไปกับตัวบอดี้รถ แต่เมื่อเปิดประตูหรือสตาร์ทรถ มือจับจะเด่นออกมาให้เห็น ซุ้มล้อหน้ามีหนาแน่น ด้านท้ายมีเบ้าระบายอากาศมาแบบเรียบ สปอยเลอร์ออกแบบมาเป็นรูปร่างอื่นๆ โดยรวมแล้วดีไซน์ภายนอกเป็นที่ยอมรับของผม เพราะเป็นรถครอบครัวแบบดี มีลักษณะสมการทำให้ดูไม่ไม่โอ่
ภายในและเทคโนโลยี
ผมค่อนข้างประทับใจในการออกแบบภายในของ Kia EV5 ประตูด้านหลังเปิดกว้างพอสมควรเมื่อเทียบกับรุ่นขับ 2 เบาะนั่งตอนหลังออกแบบมาเป็นลักษณะโซฟาอย่างสมการ มีที่พับได้เป็นแผ่นๆแล้วแฟลตอย่างสุดเลิศสำหรับการเก็บสัมภาระ เบาะหนักค่อนข้างปกติในรุ่นท็อปสำหรับการนั่ง
ในคอนโซลกลาง ที่น่าสนใจมากคือตู้เย็นที่มีฟังก์ชันสองทาง เย็นและอุ่นได้ ทำให้สามารถแช่เครื่องดื่มเย็นๆหรือเก็บความอุ่นของอาหารได้ ด้านข้างมีช่องเสียบ USB-C สำหรับชาร์จอุปกรณ์ ตัวปรับอากาศเป็นระบบสองโซนแยกอิสระซ้ายขวา สามารถสัมผัสควบคุมผ่านปุ่มฮาร์ดหรือหน้าจอได้ หลังจากนั่งนานพอสมควร ผมเข้าใจว่าทำไมแฟนไฟฟ้าจากจีนถึงชอบฟังก์ชันแบบนี้
พวงมาลัย D-shape มีมัลติฟังก์ชันครบครัน ด้านซ้ายเป็นระบบ Cruise Control และปรับหน้าจอ ด้านขวาเป็นการควบคุมเครื่องเสียงและหน้าจอ หน้าจอใหญ่แบ่งเป็นสามส่วนสำหรับแสดงข้อมูลต่างๆ ระบบเครื่องเสียงเป็น Bose ของปกติ ฟีเจอร์ Head-up Display ให้เห็นข้อมูลการขับขี่บนแคลมโดยไม่ต้องหันตาลงไปยังมิเตอร์ ด้านความสะดวก ช่องเสียบ USB-C สองจุดสามารถสลับระหว่างเชื่อมต่อ Apple CarPlay/Android Auto หรือชาร์จเพียงอย่างเดียว ได้ โดยไม่ต้องเชื่อมต่อ นอกจากนี้ยังมี Wireless Charging สำหรับอุปกรณ์และ Power Outlet
กุญแจของ EV5 ออกแบบได้สวยงาม มีฟังก์ชันสตาร์ทและปลดล็อคประตูด้วยปุ่ม นอกจากนี้กุญแจสามารถชาร์จไฟได้ที่บริเวณคอนโซล ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ดีมาก
สัมผัสการขับขี่
เมื่อเริ่มขับขี่ Kia EV5 AWD ผมใช้โหมด Normal ทั่วไป ไม่ได้ลองโหมด Eco ไม่ได้ลองสปอร์ต เพราะตัวเลขความแรงไม่ได้อยู่ในความสนใจของผมเท่าไหร่ ผมสนใจว่าแรงแล้วเหมาะสมหรือไม่ ช่วงล่างถูกเซ็ตอย่างไร ความเป็นจริงคือ Kia EV5 AWD ได้รับการออกแบบมาให้เป็นรถครอบครัว 100% ไม่ได้มีฟีลลิ่งสปอร์ต แม้ว่า 308 แรงม้า 480 นิวตันเมตรจะเป็นตัวเลขที่ใหญ่ก็ตาม
ช่วงล่างอยู่ในโหมด Normal นุ่มค่อนข้างมาก เมื่อพบกับถนนขรุขระในชีวิตประจำวัน มันจะเพ่นเพยไปหน่อย ยุบยับค่อนข้างมากเกินไป ถ้าอยากให้ช่วงล่างแข็งกว่านี้ ต้องเข้าโหมดสปอร์ต ซึ่งเมื่อเข้าโหมดสปอร์ต ช่วงล่างจะแน่นขึ้นมาบ้าง แต่ยังไม่ได้สบายเท่าที่ควร พวงมาลัยมีความหนืดดีมาก ซึ่งช่วยให้หน้ารถไม่ดิ้นไปมา
เมื่อขับในความเร็ว 107-130 กม/ชม ช่วงล่างตอบสนองพอสมควร แต่เมื่อต้องเข้าโค้งแบบหนักๆหรือเล่นซ้ายเล่นขวา มันจะเริ่มย้วยๆหน่อย ตัวรถจะมีการเอียงที่มากกว่ารถที่มีระบบ AWD อื่นๆ เมื่อเร่งแรงๆ มันจะมีการตอบสนองที่เฉียบ แต่ต้องต่อว่าค่อนข้างสิ้นเปลืองไฟเพิ่มขึ้น ตามสเปค Kia EV5 AWD ควรวิ่งได้ 620 กม ต่อการชาร์จครั้งเดียว แต่ในการใช้งานจริง ผมประมาณว่าประมาณ 500 กม หรือถ้าขับในความเร็วสูงๆถึง 150 กม/ชม อาจลดลงเหลือประมาณ 400 กม
เมื่อพิจารณา Kia EV5 AWD โดยรวม มันมีความเหมาะสมสำหรับการขับไปจังหวรสว่างนั่นแน่ แต่ถ้าคุณต้องการรถที่ขับได้สนุก ที่มีสปอร์ตฟีลลิ่งอยู่ในตัว EV5 AWD อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี เพราะเขาออกแบบมาให้เป็นรถบ้านอย่างแท้จริง
ระบบความปลอดภัย
ในเรื่องของระบบความปลอดภัย Kia EV5 AWD มีให้เต็มไม้ เต็มถัง โดยให้มากับกล้องมองรอบคันอย่างครบถ้วน เตือนออกนอกเลน Lane Keeping Assist ดึงพวงมาลัยให้กลับมาในเลน Adaptive Cruise Control มีมาสำหรับการขับขี่บนมอเตอร์เวย์ หรือไฮเวย์ได้อย่างสะดวก
ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Autonomous Emergency Braking) มีมาให้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ระบบความปลอดภัยด้านข้าง Blind Spot Detection มีให้ RCTA (Rear Cross Traffic Alert) มีให้สำหรับเมื่อย้อนรถ ไฟ Day-Time Running Light เป็นลายเขี้ยวแต่นั้นแล้วก็โอเคดี ไฟหน้าเป็น LED เต็มระบบ เปิดปิดอัตโนมัติได้ ไฟสูงอัตโนมัติได้ แต่ยังไม่ใช่ Adaptive LED ขอให้คำเลยเอ่าเป็น Adaptive LED อย่างน้อยในรุ่นท็อปแบบนี้ก็จะดี
ความคุ้มค่า
Kia EV5 AWD ที่ราคา 1.79 ล้านบาท หรือเกือบ 1.8 ล้านบาทนั้น ค่อนข้างแรงหน่อยในความเห็นของผม ถ้าเทียบกับรุ่นขับ 2 ที่ราคา 1.59 ล้านบาท ความแตกต่างคือระบบขับสี่ล้อ แต่สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ส่วนใหญ่ของลูกค้าอาจไม่ได้ใช้ประโยชน์จากระบบนี้จนเต็มที่
ในเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวก ที่ดีไซน์ เทคโนโลยี ผมต้องยอมรับว่าตัว EV5 AWD ให้มาครบครัน ไม่มีอะไรหายไปเลย แต่ราคาก็แบบเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่จริงแล้ว ถ้าตัวนี้ลดราคาลงมาอยู่ที่ 1.59 หรือ 1.49 ล้านบาทสำหรับรุ่น AWD แบบนี้ คนไทยก็ชอบแน่ๆ เพราะเขาได้รับความเป็นครอบครัว ได้ระบบขับสี่ล้อ ได้ฟังก์ชันครบครัน ด้วยราคาที่สมเหตุสมผล
สรุป
Kia EV5 AWD เป็นรถครอบครัวที่ดีมากสำหรับผู้ที่ต้องการขับเรื่อยๆ สบายๆ มีฟังก์ชันครบครัน และปลอดภัยครบครัน แต่ที่ผมไม่ชอบคือช่วงล่างที่นุ่มเกินไปสำหรับการใช้งานจริง และฟีลลิ่งของพวงมาลัยที่ไม่ได้ตอบสนองแบบสปอร์ตเลย ทำให้ถึงแม้จะมีพละกำลัง 308 แรงม้า แต่รถนี้ก็ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่อยากเพลิดเพลินกับการขับแบบสนุกสนาน
ราคา 1.79 ล้านบาทก็ค่อนข้างแรงหน่อย ถ้าลดลงมาอยู่ที่ 1.49 หรือ 1.59 ล้านบาทสำหรับรุ่น AWD แบบนี้ ผมว่าคุณค่าจะออกมาดีกว่า ระหว่างรุ่นขับ 2 กับขับ 4 นั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณ ถ้าคุณอยู่ในพื้นที่เขาหลักหรือเส้นทางขุ่ยคดเวียนเยอะๆ ขับ 4 ก็คุ้มครับ แต่ถ้าใช้งานในเมืองธรรมชาติ ขับ 2 ก็สามารถทำงานได้ไม่แตกต่างกัน และลดค่าใช้จ่ายลง 200,000 บาท
โดยสรุป ผมชอบรูปร่างและฟังก์ชันของ EV5 แต่ผมไม่ชอบฟีลลิ่งช่วงล่างและความไม่สนุกของการขับ หากคุณเป็นประเภทที่ชื่นชอบความสบาย ความปลอดภัย และการขับไปจังหวัวสว่าง Kia EV5 AWD ก็ตอบโจทย์คุณแน่นอน ลองเข้าไปที่โชว์รูมและลองขับดูว่าเหมาะกับคุณหรือไม่ครับ
ข้อดี
- พละกำลังแรง 308 แรงม้า 480 นิวตันเมตร อัตราเร่งเร็วนั่นแน่
- ระบบปลอดภัยครบครัน มีกล้องมองรอบคัน เตือนออกนอกเลน เบรกอัตโนมัติ
- ฟังก์ชันใหญ่ๆน้อยๆครบ ตู้เย็น เบาะนวล ช่องเสียบ USB-C
- พื้นที่นั่งกว้างขวาง สบายมากสำหรับผู้โดยสารหลัง
- กล้องมองเลี้ยวเมื่อเปิดไฟเลี้ยว ใช้ได้จริงมีประโยชน์
- ระยะวิ่งต่อการชาร์จ 620 กม ใช้จริงประมาณ 500 กม
- พวงมาลัยไฟฟ้านวลและหนืด ดูแลไม่ให้หลั่นเกินไป
ข้อเสีย
- ช่วงล่างนุ่มเกินไป ยุบยับกับถนนในชีวิตประจำวัน
- ยางซีรี่ส์ Nexen ค่อนข้างกระด้างและอื้อหือ
- ไม่มี LED ไฟเลี้ยวไปตามองศา Adaptive หรือหัวเลี้ยวอัจฉริยะ
- เบาะไม่กระชับ ไม่เหมาะสำหรับการขับแบบเร็ว หรือเข้าโค้งหนัก
- หน้าตาเหมือนรุ่นขับ 2 ไม่มีความแตกต่างให้เห็นความเป็นรถท็อป AWD
- ปุ่มสัมผัสบนคอนโซลกลาง รบกวนตอนจัดการพวงมาลัย
- ราคา 1.79 ล้านบาท ค่อนข้างแรงสำหรับความแตกต่างจากรุ่นขับ 2
สรุป
“Kia EV5 AWD เป็นรถครอบครัวที่ดีมากสำหรับการขับเรื่อยๆ สบายๆ เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ถ้าคุณต้องการสนุกกับการขับ หรือชอบเข้าโค้งแบบสปอร์ต รถคันนี้อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี ราคากับช่วงล่างเป็นจุดที่ผมไม่พอใจ”






















