หน้าแรก
Hyundai IONIQ 5
Hyundai IONIQ 5
Hyundai IONIQ 5
8.2/10
Hyundai

Hyundai IONIQ 5

2025 Suv · ฿1,699,000 – ฿2,399,000 · 7.8/10 เฉลี่ยจาก 3 รีวิว

Tump Yung

Tump Yung

1M ผู้ติดตาม·11 เดือนที่แล้ว·TH

ผมชอบรุ่นนี้เพราะมันเท่เกินไป - รีวิว Hyundai IONIQ 5 ในปี 2025

Why I Love This Car So Much - Hyundai IONIQ 5 2025 Review

Hyundai IONIQ 5 ทำให้ผมประทับใจมากเพราะมันมีตัวตนที่ห่างไกลจากรถไฟฟ้าทั่วไป ด้วยดีไซน์เฉพาะตัวที่สดใหม่ การขับขี่ที่สบายทั้งสำหรับคนขับและผู้โดยสาร แถมยังมีเทคโนโลยีขั้นสูงเช่นแบตเตอรี่ 800 โวลต์และระบบชาร์จเร็วตลอดจนความประหยัดสำหรับการใช้งานประจำวัน

ความประทับใจแรก

วันนี้เราอยู่กับ Hyundai IONIQ 5 ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นมากมาย รถคันนี้ได้ออกมาแล้วสักพักหนึ่งแต่ยังคงเป็นตัวจริงของตลาด เมื่อมองแวบแรก สิ่งที่ทำให้ประทับใจคือดีไซน์ของมันที่ผสมผสานระหว่างสไตล์เรโทกับอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน ดูเหมือนว่ามันหลุดมาจากหนัง Back to the Future โดยสิ้นเชิง

เทคโนโลยีภายในตัวรถนั้นจัดเต็มมากจริง ๆ ไม่ได้เฉพาะแต่ดีไซน์ภายนอกเท่านั้น มันยังมีนวัตกรรมจำนวนมากที่จะสู่อกสูง

ดีไซน์ภายนอก

IONIQ 5 ถือว่าเป็นรถที่ออกแบบมาด้วยการคิดค้นอย่างจริงจัง ไฟหน้าและไฟท้ายใช้เทคโนโลยี LED แบบพิกเซล (Parametric Pixel) ซึ่งทำให้มันดูเป็นแบบจุด ๆ แทนที่จะเป็นหลอดไฟติดกันแบบปกติ ทำให้รูปลักษณ์ดูแปลกตาและมีเอกลักษณ์เฉพาะ

ด้านข้างของรถมีเส้นตัดกันที่สันยังไปด้านล่าง ซึ่งหลายคนไม่เคยเห็นในรถธรรมชาติปกติ แถมอีกด้านหลังนั้นดูไม่เหมือนรถใครเลย โครงสร้างท้ายรถดูเรียบตันและสวยงาม ซุ้มล้อมีลายล้อที่ดูเท่ห์เอี้ยม และด้านหลังมีไฟ LED พิกเซลแบบจุด ๆ ที่ซ่อนอยู่เพียงบางส่วน ทั้งหมดนี้ทำให้รถมีบุคลิกที่ดูแตกต่างอย่างมากจากรถอื่น ๆ

ภายในและเทคโนโลยี

ด้านในรถค่อนข้างกว้างขวาง แม้ว่าในนามทรงจะเป็นซีดาน แต่ความจริงแล้วมันเป็นรถ 5 ประตูที่สามารถปรับเบาะหลังไปข้างหน้าได้ ท่วมไปด้วยฟีเจอร์สำหรับความสบาย อย่างเช่นเบาะนั่งด้านหลังที่สามารถปรับเอนได้ถึง 4-5 ระดับ ทำให้นอนได้สบายเมื่อเดินทางไกล อากาศหลังมีให้เสมอ และที่วางแขนตรงกลางสามารถปรับขึ้นลงได้อย่างสะดวก

พื้นที่เก็บของด้านหลังมี 527 ลิตร และเมื่อพับเบาะราบสามารถบรรจุได้ถึง 1,587 ลิตร พอเพียงสำหรับการใช้งาน ส่วนด้านหน้ามี 57 ลิตร แม้ว่าไม่ได้มากแต่ก็เพียงพอสำหรับสิ่งของเล็ก ๆ ปุ่มควบคุมต่าง ๆ มีมากมายบนคอนโซลและพวงมาลัย ไม่ต้องเตะตาออกจากถนนเพื่อไปคลำกดปุ่มบนจอ ซึ่งเป็นการออกแบบที่คิดถึงความปลอดภัยอย่างจริงจัง

แบตเตอรี่เป็นประเภท 800 โวลต์ซึ่งหรูหราและชาร์จเร็วมาก ระยะการวิ่งแตกต่างกันตามรุ่น โดยรุ่นเริ่มต้นได้ประมาณ 380 กม. ตามมาตรฐาน WLTP ขณะที่รุ่นสูงสุดไปได้ถึง 530 กม. ชาร์จเร็วสุด 350 กิโลวัตต์สามารถชาร์จจาก 10-80% ในเวลา 18 นาทีเท่านั้น และ DC ทั่วไป 50 กิโลวัตต์ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง

สัมผัสการขับขี่

การขับ IONIQ 5 ให้ความประหลาดใจในเชิงบวกมาก การออกแบบสั่งการทั้งหมดอยู่บนปุ่มจริง ไม่ต้องไปวุ่นวายบนหน้าจอ Mode ปกติให้แรงแบบนุ่ม ๆ เหมือนรถเบนซ์ ในขณะที่ Mode Sport ให้ฟีลเหมือนบีเอมว์ ซึ่งแรงแต่มีความ "กระตุก" เล็กน้อยเมื่อเหยียบแรง

แพดเดิลชิฟต์ไม่ได้ใช้สำหรับเปลี่ยนเกียร์ แต่สำหรับควบคุมระดับการหน่วง (Regen Braking) โดยความฉลาดของระบบจะปรับหน่วงอัตโนมัติตามระยะห่างจากรถหน้า ถ้าหากมีรถอยู่ข้างหน้า เมื่อปล่อยคันเร่งมันจะหน่วงเพื่อหลีกเลี่ยงการชนกัน ส่วนถ้าไม่มีรถข้างหน้าก็จะไหลได้เหมือนรถน้ำมัน

ช่วงล่างของรถได้รับการปรับแต่งอย่างลงตัว ไม่แข็งกระด้างอย่างรถสปอร์ต แต่ก็ไม่นุ่มเหมือนรถตัวอ่อน มันมีสมดุลที่ลงตัว ลุคเรือด้านข้างไม่เห็นสะเทือนขึ้นมาแม้เมื่อผ่านหลุมหรือลูกระนาด ช่วงล่างนี้สมควรให้ 10 คะแนนเต็ม เพราะการปรับแต่งมาค่อนข้างสมบูรณ์แบบ

ระบบความปลอดภัยและความสะดวก

ADAS และระบบช่วยขับขี่ของ IONIQ 5 มีความชำนาญและดำเนินการได้ดี Adaptive Cruise Control ทำงานอย่างเรียบเรียงเมื่อเข้าโค้ง ไม่มีสัญญาณเตือนที่รบกวน ระบบเก็บตัวรถในเลนทำงานได้เรียบเรียง สัญญาณเตือนเห็นเชิงมุม (Blind Spot Warning) ได้มีประสิทธิภาพด้วย

การเก็บเสียงรบกวนจากภายนอกอยู่ในระดับกลาง ยังสามารถได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์ข้างๆ บ้าง แต่ถ้าเทียบกับรถราคา 2 ล้านบาท นี่ถือว่าน้อยนิด รถหลายคนในเรนราคานี้ใช้กระจกสองชั้นโซลิดหรือ "หูหนวก" เทอร์มที ที่เก็บเสียงได้ดีกว่า

อีกหนึ่งจุดที่น่ารำคาญเล็กน้อยคือการออกจากรถ คุณต้องกด Stop ก่อนถึงจะล็อครถได้ ส่วนรถไฟฟ้าอื่น ๆ คุณเพียงเดินออกไปแล้วมันจะล็อคอัตโนมัติ นี่เป็นความแตกต่างเล็กน้อยแต่ต้องปรับตัว

ประกันและของแถม

ประกันของ IONIQ 5 ค่อนข้างจัดเต็ม บำรุงรักษาประจำตารางปกติฟรี 10 ปี หรือ 150,000 กม. แล้วแต่อย่างใดถึงก่อน ประกันแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงสูง 8 ปี 160,000 กม. ประกันตัวรถ 5 ปี 150,000 กม. และสิทธิพิเศษในการให้บริการ V2V (Vehicle to Vehicle Charging) สูงสุด 2 ครั้งต่อปี เป็นเวลา 5 ปี สำหรับกรุงเทพฯ

บริการรถยกไม่จำกัดจำนวนครั้งในเวลา 5 ปี และสิ่งที่ดีที่สุดคือ Home Charger ที่ปกติราคาสัก 20,000 บาท นั้นแถมให้พร้อมติดตั้งเลย ทำให้ผู้ซื้อ IONIQ 5 จะได้ประกันครอบคลุมมากมายและค่าบำรุงรักษาไม่ต้องเสียตัวเองแบบอื่น ๆ

จุดที่ต้องปรับตัว

หนึ่งในจุดที่อาจทำให้ผู้ใช้บ้างรู้สึกว่าไม่ค่อยสะใจได้แก่ UI ของหน้าจอ ไม่มีภาษาไทย ไม่มี Wireless Apple CarPlay หรือ Wireless Android Auto ต้องเสียบสายอยู่ เพื่อใช้บริการเหล่านี้ ซึ่งเป็นการถดถอยจากยุคปัจจุบัน ระบบพอร์ต USB ทั้งหมดเป็น Type-A ขณะที่โลกเดินแล้ว Type-C

แท่นชาร์จไร้สายตั้งอยู่ด้านข้างล่างซึ่งตำแหน่งยากต่อการใช้งาน เมื่อวางสมาร์ทโฟนเรียบร้อย ที่เก็บของหรือสิ่งต่าง ๆ อาจทับมากจนหยิบยาก ไฟเลี้ยวและเกียร์อยู่ด้านเดียวกันหน้าตาคล้ายกัน เมื่อใช้รถแล้วอาจเผลอสั่งผิดได้ง่าย นอกจากนี้ไม่มีคิกเซ็นเซอร์ เพื่อเปิดฝาท้ายอัตโนมัติ ต้องเหยียบหรือกดเปิด

สรุป

Hyundai IONIQ 5 เป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อคนที่ต้องการความแตกต่างและสัมผัสที่พิเศษ ดีไซน์ของมันหรูหราและไม่ซ้ำใคร การขับขี่ให้ความสบายว่างเวลาเดินทางหรือใช้ในเมือง บุคลิกของคนขับ คนนั่ง และประโยชน์ของรถมีความสมดุลกันดี แม้จะมีจุดบางอย่างที่ยังหวังให้ดีได้มากกว่านี้ แต่ก็ไม่เป็นปัญหาใหญ่หลวง

รถคันนี้เหมาะสำหรับวัยรุ่นหรือผู้บริหารที่ต้องการการเดินทางที่สบายและมีเอกลักษณ์ รถ IONIQ 5 ให้คุณค่ามากมายด้วยเทคโนโลยี ความสบาย และการออกแบบ ถ้าคุณมองหารถไฟฟ้าที่ให้คุณความรู้สึกว่าเป็นเจ้าของบางสิ่งที่พิเศษ IONIQ 5 คือการเลือกที่ถูกต้อง

ข้อดี

  • ดีไซน์เฉพาะตัวที่โดดเด่นและไม่ซ้ำใคร
  • ที่เก็บของกว้างและสามารถปรับเบาะหลังนอนได้
  • แบตเตอรี่ 800 โวลต์และชาร์จเร็ว 18 นาที 10-80%
  • การขับขี่สบายและช่วงล่างตั้งค่ามาได้ดีเยี่ยม
  • ปุ่มควบคุมครบครันบนพวงมาลัยและคอนโซล
  • ประกันแบตเตอรี่และบำรุงรักษา 10 ปีค่อนข้างจัดเต็ม
  • ระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง ADAS ที่ทำงานได้ดี
  • ฟีเจอร์ V2L สำหรับจ่ายไฟให้เครื่องใช้ไฟฟ้า

ข้อเสีย

  • ที่เก็บของด้านหน้าเล็กกว่าที่หวัง
  • UI หน้าจอไม่ทันสมัยและขาดภาษาไทย
  • ต้องเสียบสายสำหรับ Apple CarPlay และ Android Auto
  • พอร์ต USB เป็น Type-A ทั้งหมด
  • แท่นชาร์จไร้สายตำแหน่งที่ยากต่อการใช้งาน
  • ไฟเลี้ยวและเกียร์อยู่ด้านเดียวกันจึงสับสนได้ง่าย
  • ต้องกด Stop ก่อนออกรถซึ่งต่างจากรถไฟฟ้าอื่น
  • ไม่มีคิกเซ็นเซอร์เพื่อเปิดฝาท้ายอัตโนมัติ

สรุป

8.2/10

IONIQ 5 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความแตกต่างและดีไซน์เฉพาะตัวมากกว่าที่จะตามกระแส รถคันนี้มีประโยชน์มากสำหรับการใช้งานประจำวันและการเดินทางไกลด้วยความสบายทั้งหมด