


Hyundai IONIQ 5
2025 Suv · ฿1,699,000 – ฿2,399,000 · 7.8/10 เฉลี่ยจาก 3 รีวิว
iMoD Official
690K ผู้ติดตาม·5 เดือนที่แล้ว·
TH
Hyundai IONIQ 5 รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม แบต 800V ราคาดี
Hyundai IONIQ 5 Premium Electric Car with 800V Battery at Attractive Price
Hyundai IONIQ 5 คือรถยนต์ไฟฟ้า CUV ที่โดดเด่นด้วยการออกแบบที่สวยงาม เทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ที่ชาร์จเร็ว และคุณสมบัติมากมายที่สามารถเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม นี่คือตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่มีความสมดุลระหว่างดีไซน์ สัมผัสการขับขี่ และประโยชน์ใช้สอย
ความประทับใจแรก
ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น Hyundai IONIQ 5 ผมรู้สึกว่านี่ไม่ใช่รถยนต์ไฟฟ้าธรรมดา มันเป็นผลงานดีไซน์ที่ได้รับการสนใจและยกย่องจากทั่วโลก โดยได้รับรางวัล Car of the Year ถึง 3 รางวัล รวมถึง World Car Design of the Year ผมจึงต้องบอกว่ารถคันนี้มีความโดดเด่นมากกว่าเพียงแค่รูปลักษณ์ ทั้งเรื่องของการออกแบบและฟังก์ชันต่างๆ ได้ออกมาด้วยความคิดที่ลึกซึ้ง
ในตลาดโลก IONIQ 5 ได้รับความนิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริกา และอุโรป โดยถูกมองว่าเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Tesla Model Y และสามารถแข่งขันได้อย่างเหนือกว่าในหลายๆ ด้าน ราคาที่เข้าถึงได้ในตลาดของเรานี้ถือว่าเป็นข้อดีอย่างยิ่ง โดยเป็นการนำเข้า CBU อย่างสมบูรณ์จากเกาหลีแต่มีจำนวนที่จำกัด
ดีไซน์ภายนอก
ดีไซน์ของ IONIQ 5 เป็นการผสมผสานกันอย่างสวยงามระหว่างสไตล์เรโทร (Retro) และสไตล์อนาคต (Futuristic) โดยได้แรงบันดาลใจจากปอนี่ของปี 1974 ของเกาหลี ทำให้มีทั้งเส้นโค้งนุ่มนวลและเส้นคมที่สมดุลกัน การออกแบบแบบพิกเซลกลายเป็นลายเซนเจอร์ของ Hyundai ที่เห็นได้ทั้งหัวไฟ ไฟท้าย และรายละเอียดอื่นๆ
ท้ายรถได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่ง ด้วยการออกแบบทางอากาศ (Aerodynamic Design) ที่ทำให้มีแรงกดลงสำหรับความเสถียรของตัวรถขณะขับขี่ มีสปอยเลอร์ และช่องอากาศที่ออกแบบอย่างชาญฉลาด ล้ออ่า 20 นิ้ว ล้อแม็ก 2 สี ดีไซน์คล้ายลายถักลายสารยาง พร้อมยาง Michelin Pilot Sport EV ที่เป็นยางแบรนด์แรกๆที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับรถไฟฟ้า
ภายในและเทคโนโลยี
ภายในห้องโดยสารเป็นพื้นที่ที่ฉันประทับใจอย่างยิ่ง เดิมคอนโซลกลางติดอยู่ที่เดิมเสมอ แต่ IONIQ 5 ได้ตัดคอนโซลกลางออกและออกแบบให้เป็นคอนโซลใหม่ที่สามารถเลื่อนไปด้านหน้าและด้านหลังได้ ทำให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน ช่องเก็บของมีมากมาย มีที่รองแก้วสองใบ พื้นที่เก็บสัมภาระที่สามารถปรับเปิดขึ้นมาได้ เบาะเป็นเบาะไฟฟ้าคู่หน้า พร้อม Ventilation Seat และสำหรับรุ่นท็อป มีฟีเจอร์ Zero Gravity Seat
หน้าจอคอนโซลมีการแสดงผลที่สวยงามมากขึ้น มีการปรับปุ่มควบคุมประเภทต่างๆ ไว้ในตำแหน่งที่สะดวก ยังมีพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน ระบบการควบคุมรถด้วยแป้นคันเร่งเพียงข้างเดียว (One Pedal) ที่ปรับได้ 4 ระดับ และระบบควบคุมการปลดปล่อยการทำงาน (Regenerative Braking) ที่ปรับได้เช่นเดียวกัน ลำโพงจาก Bose มีคุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยม Ambient Light เล่นไฟได้ สามารถเปิดปิดได้ตามต้องการ
ม่านบังแดดไฟฟ้าแบบแยกหน้าหลัง 50% ช่วยให้จัดการความร้อนได้อย่างเป็นระบบ ส่วนหลังคากระจก แม้ว่าจะมีข้อด้านความมืด และความร้อนในเมืองร้อน แต่ก็ช่วยให้ห้องโดยสารดูกว้างขวางและทันสมัย
สัมผัสการขับขี่
การขับขี่ IONIQ 5 ทำให้ผมรู้สึกถึงความสมดุลระหว่างความสบายและความสนุก ช่วงล่างได้รับการจูนมาด้วยทีมวิศวกรของ Hyundai N ผู้เชี่ยวชาญในการสปอร์ต ด้านหน้าใช้ระบบ MacPherson Strut ด้านหลังใช้ระบบ Multi-link ทำให้การเข้าโค้งมีความมั่นใจ โดยเฉพาะในความเร็ว 100-120 กม./ชม.
อัตราการเร่งจาก 0-100 กม./ชม. สำหรับรุ่นกลางและรุ่นท็อปอยู่ที่ 7.4 วินาที พลังงาน 217 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม. การบริโภคพลังงานเฉลี่ย 17-18 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อ 100 กม. ซึ่งต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่เขากำหนด ระยะทางตามมาตรฐาน WLTP อยู่ที่ 451-481 กม. ขึ้นอยู่กับรุ่น
ปุ่ม Paddle Shift อยู่ด้านหลังพวงมาลัย สามารถปรับระบบการทดแรง (Regenerative Braking) ได้ และเมื่อปรับสูงสุด จะกลายเป็น One Pedal Driving ที่สวยงามและเนียน พวงมาลัยเบาเมื่อขับช้า แต่ให้ความรู้สึกทั่วไปเมื่อขับในความเร็วปกติ ระบบ Adaptive Cruise Control ใช้งานได้ดีเยี่ยม และระบบช่วยอยู่ในเลนทำงานได้อย่างสมดุล
แบตเตอรี่และการชาร์จ
จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของ IONIQ 5 คือเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ ซึ่งในช่วงปี 2022 ถือเป็นอกล้าของ Hyundai ที่ไม่มีแบรนด์อื่นทำอย่างนี้ในขณะนั้น ขณะที่แบรนด์อื่นยังใช้ 400 โวลต์ Hyundai เลือกที่จะใช้ 800 โวลต์ ทำให้ชาร์จเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
กำลังชาร์จสูงสุด 350 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ในเพียง 18 นาที ชาร์จ AC ที่ 11 กิโลวัตต์ เมื่อตั้งจ่ายเต็มแต่เพียง 10 นาทีที่ตู้ Ultra Fast Charge 500 กิโลวัตต์ ผมได้รับจาก 49% เป็น 94% พร้อมเห็นมิเตอร์พิกเซลที่แสดงระดับแบตเตอรี่อย่างสวยงาม แบตเตอรี่ขนาด 72.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง ประเภท NMC ได้รับการออกแบบแบบมอดูลัร ทำให้การซ่อมแซมเมื่อเซลล์เสียหายราคาประหยัดกว่า
คุณสมบัติ V2L (Vehicle to Load) ให้ความสามารถในการปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาใช้งาน ซึ่งเป็นข้อบวกที่เพิ่มประโยชน์ใช้สอยของรถ
พื้นที่เก็บสัมภาระและความสะดวก
เบาะท้ายของ IONIQ 5 นั้นออกแบบด้วยความคิด ชาญฉลาด สามารถแบ่ง 60-40 เพื่อขยายพื้นที่เก็บของ เบาะสามารถเอนได้หลายระดับ (ถึง 6 ระดับ) เพื่อปรับเลค room ตามต้องการ ที่วางแขนด้านหลังมี USB Type-A สองช่อง พื้นที่เก็บของอื่นๆ ความสูงของหลังคาในโซนท้ายทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการชนหัว
ฝากระโปรงหน้าโฉบเฉี่ยว ทำให้มีที่เก็บของเพิ่มเติม ประตูหลังเปิดกว้างอย่างเต็มที่ไม่ใช่แบบ Half-Gate พร้อมม่านบังแดดติดตั้ง ฝาท้ายเป็นฟาท้ายไฟฟ้า ที่ดึงและปุ่มการปิดใช้งานได้ดี ช่องสำหรับใส่อุปกรณ์ฉุกเฉิน Travel Charger และ Emergency Charger ช่วยให้คุณมีความพร้อมสำหรับการเดินทาง
ระบบสนับสนุนการขับขี่
ระบบ Blind Spot Warning ทำงานได้ดีเยี่ยม สำหรับผมได้ลองทดสอบแล้วเมื่อมีรถมาด้านข้าง มันจะแจ้งเตือนและยังมีการเบรกช่วยด้วย กล้องรอบคันให้มุมมองที่ดี คุณสามารถมองทั้งสี่ด้านของรถได้อย่างชัดเจนเมื่อขับค่อนข้างช้า
ความปลอดภัยรวมตัวประเมินสูงสำหรับระบบที่หลากหลาย Adaptive Cruise Control ทำงานได้อย่างนุ่มนวล Lane Keep Assist ช่วยให้พวงมาลัยแนวตรง ระบบเตือนความเหนื่อยของผู้ขับขี่ (Driver Attention Warning) ช่วยให้ปลอดภัยในการเดินทางไกล อย่างไรก็ตาม การเบรกหรือปรับตำแหน่งคอบเหล่านี้อาจต้องการการเรียนรู้เล็กน้อยเนื่องจากการควบคุมแยกจากระบบอื่นๆ
ประสบการณ์การเดินทางไกล
ผมได้ลองขับ IONIQ 5 ตัวท็อปจากกรุงเทพฯ ขึ้นมายังเชียงใหม่ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพในการเดินทางไกล การบริโภคพลังงานเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6.5-6.7 กม./กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งต่ำกว่าค่ามาตรฐาน 6.3 กม./กิโลวัตต์ชั่วโมงที่เขากำหนด ความเร็วเฉลี่ย 100-120 กม./ชม. ตามกฎหมาย ตัวรถรู้สึกนิ่งและมั่นใจในความเร็วนี้
เมื่อแวะชาร์จที่นครสวรรค์ที่ตู้ Stark EV 500 กิโลวัตต์ ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีจาก 49% เป็น 94% จากนั้นก็สามารถเดินทางต่อไปได้อีกครั้ง ทำให้การเดินทางไกลกลายเป็นเรื่องที่สะดวกและง่ายขึ้น ในความเป็นจริง บัตรพลาส 10 นาทีที่บริเวณปิดสถานี ความสะดวกของการชาร์จเร็วนี้ถือว่ามีความสำคัญต่อการเลือกรถไฟฟ้า
ข้อดี
- ดีไซน์ภายนอกที่สวยงามและโดดเด่น ได้รับรางวัล World Car Design of the Year
- เทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ ชาร์จเร็วขึ้น 10% ถึง 80% ในเวลาเพียง 18 นาที
- พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง ฐานล้อยาวทำให้มีที่นั่งท้ายสะดวกสบาย
- เบาะขัดแตะสามารถปรับได้หลายทิศทาง มีฟีเจอร์ Zero Gravity Seat สำหรับรุ่นท็อป
- คอนโซลกลางที่ปรับเคลื่อนได้ เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน
- ระบบช่วยขับขี่มี Adaptive Cruise Control และ Lane Keep Assist ที่ใช้งานได้ดี
- ฟีเจอร์ One Pedal ที่ปรับได้ 4 ระดับ ให้ความยืดหยุ่นแก่ผู้ขับขี่
- เสียงภายในหลังคากระจก ได้รับการจัดการอย่างดี เก็บเสียงจากภายนอกได้เยี่ยม
ข้อเสีย
- หลังคากระจกใช้ได้เฉพาะบ้านเราซึ่งอากาศร้อน จึงต้องใช้ม่านบังแดดไฟฟ้า
- ใช้พอร์ต USB Type-A แทน Type-C ทำให้ต้องหาสายแปลงสำหรับสมาร์ทโฟนสมัยใหม่
- ไม่รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ต้องใช้สายเชื่อมต่อ
- ระบบควบคุมความเร็วต้องปรับแยกจากการควบคุมพวงมาลัย แตกต่างจากระบบอื่น
- เบาะหลังไม่มี Ventilation Seat เฉพาะคู่หน้าเท่านั้น
สรุป
“IONIQ 5 เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้า CUV ที่มีดีไซน์หรูหรา เทคโนโลยีล้ำสมัย และสัมผัสการขับขี่ที่สมดุลระหว่างความสบายและความสนุก หากคุณค้นหารถที่อยู่นอกเหนือตัวเลือกทั่วไปและต้องการสัมผัสความแตกต่าง คันนี้สมควรได้รับการพิจารณา”


