
Hyundai IONIQ 6
2025 Sedan · ฿1,899,000 · 7.7/10 เฉลี่ยจาก 2 รีวิว
Autospinn Channel
289K ผู้ติดตาม·1 ปีที่แล้ว·
TH
รีวิว Hyundai IONIQ 6 รถยนต์ไฟฟ้าเกาหลี ขับไปไหนก็เหลียวมอง
Hyundai IONIQ 6 Review: The Korean EV That Turns Heads
IONIQ 6 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีดีไซน์สวยงามและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ขับอยู่บนท้องถนนจะสะดุดตามากกว่ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ ภายในเต็มไปด้วยเทคโนโลยีและความสะดวกสบาย รวมถึงมีระบบ V2L ที่มีปลั๊กไฟที่บริเวณด้านในรถให้ใช้งาน
ความประทับใจแรกเกี่ยวกับดีไซน์
IONIQ 6 มีดีไซน์ที่ผสมผสานรูปแบบต่างๆ มากมาย ออกแบบมาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Hyundai IONIQ 6 เมื่อมองจากภายนอก รูปทรงอาจดูคล้ายกับรถแบบ Fastback หรือ Shooting Brake แต่เมื่อดูเรื่องการใช้สอยจริงๆ มันคือสับเซตของรถซีดาน D-segment ที่ฐานล้อยาวเกือบ 3 เมตร ดีไซน์ของ IONIQ 6 นี้ถือได้ว่าสะดุดตามากกว่ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ ในตลาด เมื่อขับไปบนท้องถนน ท่านผู้ชมคนเหลาต่างมองตาม
ไฟหน้า LED เต็มระบบมีดีไซน์พิกเซล พร้อมระบบไฟสูงอัตโนมัติแบบแปรผัน สามารถดับเฉพาะจุดได้ ส่วนด้านข้างเห็นได้ชัดว่ามีลายเส้นออกแบบคล้ายกับ Mercedes-Benz EQS แต่ IONIQ 6 มีเอกลักษณ์ของตัวเองที่แตกต่างไป ล้อขนาด 20 นิ้วรัดยาง 245/40R20 ยางสมรรถนะสูง Pirelli P Zero ส่วนระบบช่วงล่างใช้ MacPherson Strut ด้านหน้า และ Multilink ด้านหลัง ความสูงใต้ท้องรถ 16 ซม. ถือว่าสูงพอสำหรับการใช้งานในประเทศไทย ไฟท้าย LED ลากยาวแบบพิกเซลดีไซน์ดูสวยงามมาก พร้อมด้วยชื่อรุ่น IONIQ 6 อยู่บริเวณกลาง ด้านท้ายราดลงมาแบบเป็ด มีลักษณ์สมมาตร ยิ่งไปกว่านั้น คุณสามารถวางมือถือไว้ที่ส่วนท้ายได้โดยไม่ไหลลงมา
ดีไซน์ภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์
ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศของ IONIQ 6 อยู่ที่เพียง 0.21 Cd ซึ่งต่ำมากๆ ไม่เพียงแต่เท่านั้น Hyundai ยังเน้นเรื่องของการเก็บเสียงที่ดี กระจกหน้าเป็นกระจก 2 ชั้น และกระจกตอนที่ 2 ก็ยังให้เป็นกระจก 2 ชั้นเช่นกัน นี่หมายความว่ารถคันนี้เก็บเสียงได้ดีเยี่ยม
ฝาท้ายเปิดออกด้วยระบบไฟฟ้า ความกว้างพอสมควร สามารถจุของได้ระดับ 400 ลิตร โดยมีพื้นที่เก็บอุปกรณ์ฉุกเฉินด้านล่าง นอกจากนี้ เบาะนั่งตอนที่ 2 สามารถพับได้เพื่อให้เก็บของยาวๆได้ แม้ว่าจะไม่เหมาะสำหรับชิ้นใหญ่มากเนื่องจากระบบส่งกำลัง 4 ล้อ ที่บริเวณพอร์ตชาร์จด้านหลังขวา เปิดด้วยระบบไฟฟ้า มีไฟบอกปริมาณแบตเตอรี่แบบพิกเซลดีไซน์ ขนาดแบตเตอรี่ 77.4 kWh ให้ระยะ 545 กม. ตามมาตรฐาน WLTP
ภายในรถและเทคโนโลยี
บริเวณโดยสารด้านหน้า เบาะนั่งมีพื้นที่กว้างขวาง ผู้ขับสูง 168 ซม. นั่งได้สบายสำหรับคนขนาดสูงปกติ เลกรูมเหลือประมาณ 1 กำปั้น มีที่วางแขนและช่องเสียบ USB Type-C 2 ช่อง นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ที่เป็นไฮไลต์คือระบบ V2L ที่มีปลั๊กไฟ 1,992 วัตต์ (16 แอมป์ 120 โวลต์) บริเวณระหว่างขาของผู้โดยสารตอนที่ 2 พอสำหรับชาร์จโน้ตบุ๊ค สมาร์ทโฟน ไดเป่าผม และอุปกรณ์อื่นๆ แต่ไม่เหมาะสำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ไฟสูงเช่น ไมโครเวฟ หรือตัวอุ่นอาหาร
บริเวณด้านหลัง เบาะนั่งกว้างขวาง นั่งได้ 3 คนสบายสบาย หรือ 2 คนจะแม่นยำกว่า มีช่องแอร์ 2 ช่อง USB Type-C 2 ช่อง ที่วางของเล็กๆ และที่วางโทรศัพท์มือถือโดยเฉพาะ iPhone 15 Pro ใส่ได้แบบหลวมๆ ตำแหน่งเบาะนั่งด้านหลังซ้ายมีปุ่มปรับเบาะด้านหน้า ทำให้สามารถปรับหาตำแหน่งที่สบายได้ มีที่วางของด้านข้างและมีตาข่ายเก็บของเพิ่มเติม เบาะปรับไม่ได้เพราะติดกับโครงสร้างตัวถังแบตเตอรี่ มี ISO Fix 3 จุด พร้อมระบบตัดแสงรอบคันมาให้ ไฮลลmark คือระบบ V2L ที่มีปลั๊กไฟแบบ Type-O
หน้าจอกลางขนาด 12.3 นิ้ว เป็นลักษณ์ 2 จอติดกัน ด้านตรงกลางเป็นหน้าจอมัลติฟังก์ชัน หน้าจอคนขับบอกความเร็ว ระบบไฟฟ้า การจับทริป และปริมาณแบตเตอรี่คงเหลือ พวงมาลัยมีดีไซน์พิกเซล มัลติฟังก์ชัน ปรับขึ้นลงได้ 4 ทิศทาง มี 3 ก้าน โดย ก้านปั่นน้ำฝน ก้านไฟเลี้ยว (อยู่ด้านขวาเหมือนรถญี่ปุ่น) และก้านเกียร์ ด้านข้างพวงมาลัยมีปุ่มควบคุมระบบช่วยขับขี่ โหมดการขับขี่ (Eco Normal Sport) และ Paddle Shift สำหรับควบคุมระบบปั่นไฟกลับ ระบบปั่นไฟกลับทำงานได้ละเอียด มี 3 ระดับหรือโหมด One Pedal และ Auto One Pedal
คอนโซลกลางออกแบบดีดีไซน์พิกเซล นี่มีพื้นที่สำหรับควบคุมแอร์และระบบปิดเปิดกระจก แผงประตูด้านขวามีปุ่มบันทึกโปรไฟล์เบาะนั่ง 2 ตำแหน่ง บริเวณหัวเข่าขวาของคนขับมีปุ่มปรับกระจก เปิดช่องชาร์จ เปิดฝาท้าย และเปิด Park ด้านหน้าของรถมีที่เก็บของพอสมควร ช่องแอร์ปรับ Manual ไฟฉุกเฉิน พื้นที่ใต้คอนโซลมีที่เก็บของใหญ่ 2 ชั้น และช่องเสียบไฟ 12 โวลต์ บริเวณแผงแดชบอร์ดมีช่องเสียบ USB Type-C 1 ช่อง และที่วางแก้วน้ำ 2 ช่อง บริเวณแผงควบคุมแอร์มีการแยกซ้ายขวา ปรับเวียนอากาศอัตโนมัติ แล้วก็มี Apple CarPlay และ Android Auto แบบเสียบสาย ซอฟต์แวร์ของ Hyundai ค่อนข้างง่ายต่อการใช้งาน สำหรับคนที่ขับรถน้ำมันมาก่อนจะปรับตัวได้ไม่เยอะ เมนูหลักมีการตั้งค่าเรื่องการขับขี่ การคำนวณระยะทางที่สามารถวิ่งได้ตามอุณหภูมิและสถานะแอร์ ตั้งเวลาชาร์จ และการตั้งค่ากำลังไฟเข้า เบาะนั่งคู่หน้าออกแนวสปอร์ต มีปีกด้านข้าง นั่งสบายพอสมควร เนื้อเบาะแข็งนิดนึง มีระบบเป่าลมเย็น (เหมาะสำหรับเมืองไทย) และระบบอุ่นความร้อน เบาะมีการปรับหลายตำแหน่ง เมื่อขับรถนอกเมืองสามารถนอนในรถได้สักพัก แต่สำหรับการแคมป์หรือนอนยาวอยู่ที่ว่ารูปทรงซีดานนี้จะสบายน้อยกว่า SUV
สเปคการขับขี่
IONIQ 6 ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลัง 229 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร มี 3 โหมดการขับขี่คือ Eco Normal และ Sport ระบบชาร์จมาตรฐาน CCS 2 ช่องชาร์จ AC 3 เฟส 10.5 kW DC 350 kW เนื่องจากเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยี 800 โวลต์ การชาร์จ DC เร็วมากขึ้น ระบบช่วยขับขี่มี Pilot Assist รักษาตัวรถให้อยู่ช่องทางอัตโนมัติ เข้าโครงอัตโนมัติ มีกล้องรอบคันและเซ็นเซอร์เตือนการชนรอบคัน
สรุปและข้อเสนอแนะ
IONIQ 6 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ดีไซน์สวยงามและสะดุดตา เมื่อขับไปบนท้องถนนจะดึงดูดความสนใจ ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวตรงนี้เป็นจุดขายหลัก พื้นที่ภายในกว้างขวาง เบาะด้านหลังนั่งสบายได้สำหรับ 2-3 คน มีพื้นที่เก็บของเยอะมากทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านล่างคอนโซล ระบบ V2L ที่มีปลั๊กไฟที่บริเวณด้านในรถเป็นฟีเจอร์ดีเลิศที่ใช้งานได้กว้างเมื่อวิ่งระยะไกล
เพียงแต่ว่า ซอฟต์แวร์ของ Hyundai ไม่ได้โดดเด่นหรืออุดมสมบูรณ์เช่นเดียวกับ Tesla หรือแบรนด์จีนที่มีเทคโนโลยีสูง ไม่มีฟีเจอร์บันเทิงอย่าง Netflix YouTube Disney Plus ซึ่งกลาง IONIQ 6 ขาดไป ซอฟต์แวร์ค่อนข้างพื้นฐาน แม้ว่า Apple CarPlay และ Android Auto มี แต่ต้องเสียบสายแล้วจึงใช้งาน ไม่ใช่แบบไร้สาย ความสูงใต้ท้องรถ 16 ซม. อาจต่ำเมื่อมีประชากรในรถ และเบาะด้านหลังปรับไม่ได้ยกเว้นเก้าอี้ด้านซ้าย
ส่วนรวมแล้ว IONIQ 6 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่มีดีไซน์สวยงามและสะดุดตา พร้อมพื้นที่ภายในกว้างขวาง ความสะดวกสบาย และฟีเจอร์ที่ครบครัน ท่านควรเลือกรุ่นนี้หากเน้นความสวยงามและความสะดวกสบายในการใช้งานประจำวัน
ข้อดี
- ดีไซน์ค่อนข้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว สะดุดตาและไม่เหมือนรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่น
- พื้นที่ภายในกว้างขวาง เบาะด้านหลังนั่งสบายสำหรับผู้โดยสาร 3 คน
- ระบบ V2L ที่มีปลั๊กไฟ 1,992 วัตต์บริเวณด้านในรถสำหรับชาร์จอุปกรณ์
- แบตเตอรี่ 77.4 kWh ให้ระยะ 545 กม. ตามมาตรฐาน WLTP
- การออกแบบหลังคาแบบพาโนรามิกแบบไฟฟ้าเปิดปิดได้
- มือจับประตูแบบ Flush Door ที่กางออกอัตโนมัติ
- ระบบเก็บของในรถเยอะมากทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านล่างคอนโซล
ข้อเสีย
- ซอฟต์แวร์ไม่ได้โดดเด่นหรืออุดมสมบูรณ์เมื่อเทียบกับ Tesla หรือแบรนด์จีนทีมีเทคโนโลยีสูง
- ไม่มีฟีเจอร์บันเทิงเช่น Netflix YouTube Disney Plus ในหน้าจอกลาง
- ใช้ Apple CarPlay และ Android Auto แบบต้องเสียบสาย ไม่ใช่แบบไร้สาย
- ความสูงใต้ท้องรถ 16 ซม. อาจต่ำสำหรับบางสถานการณ์ในเมืองไทย
- เบาะด้านหลังปรับไม่ได้ยกเว้นฝั่งซ้าย
- โฉมทรงรถอาจทำให้บางคนนึกถึงรถยนต์แบรนด์อื่นๆ
สรุป
“IONIQ 6 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่มีดีไซน์สวยงามและสะดุดตา พร้อมพื้นที่ภายในกว้างขวางและฟีเจอร์ที่ครบครัน ควรเลือกรุ่นนี้หากคุณเน้นความสวยงามและความสะดวกสบายในการใช้งานประจำวัน”
