

MG 4
2026 Hatchback · ฿579,900 – ฿1,499,900 · 7.8/10 เฉลี่ยจาก 2 รีวิว
พ่อมดรถยนต์
67.2K ผู้ติดตาม·1 เดือนที่แล้ว·
TH
รีวิวการใช้งาน MG4 (2026) รุ่นปรับใหม่
MG4 2026 Review - New Minor Update
MG4 รุ่น 2026 ที่ปรับใหม่นี้มีการเปลี่ยนแปลงโดดเด่นในเรื่องของออกแบบภายในและเพิ่มตัวเลือกฟีเจอร์ต่างๆ จุดที่ประทับใจที่สุดสำหรับฉันคือการขับขี่ที่ราบรื่นและจังหวะเร่งที่นิ่มอย่างสมูท พร้อมกับช่วงล่างที่เฟิร์มและเกาะถนนได้ยอดเยี่ยม แม้ว่าพื้นที่ด้านหลังจะมีความจำกัดเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วรถคันนี้ถือว่าตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าสไตล์สปอร์ตที่มีอรรถรสการขับขี่ที่ดีเยี่ยม
ความประทับใจแรก
MG4 รุ่นปรับปรุง 2026 นี้มีการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างจับตรงกว่าก่อนหน้านี้ มีสีตัวถังใหม่เพิ่มเติมขึ้นมา รวมถึงการแต่งแต้มภายในที่ดูสดชื่นและทันสมัยมากขึ้น แม้ว่าการขับขี่โดยพื้นฐานจะใกล้เคียงกับรุ่นเดิม แต่การปรับปรุงรายละเอียดและเพิ่มเติมอุปกรณ์ฟีเจอร์นั้นดูเหมือนว่ามีการตัดสินใจที่ฉลาดในการเพิ่มค่าให้กับตัวเลือกที่มีอยู่
|การออกแบบและสไตล์
ลักษณะภายนอกของ MG4 นั้นชัดเจนในการแสดงออกถึงสไตล์สปอร์ต ตัวถังสมดุลและดูเด็ดขาด เมื่อสำหรับรุ่นปรับปรุง 2026 นี้มีการเพิ่มสีตัวถังใหม่ให้เลือกอีก 4 สี ส่วนภายในมีการปรับหน้าจอคอนโซลกลาง แท่นกลาง และพื้นที่ประตูให้ดูทันสมัยมากขึ้น ออกแบบเป็นหลักๆแนวเอกสารของสไตล์สปอร์ต ที่ไม่เสียสัดส่วนและยังคงความเป็นจริงสำหรับรถครอบครัว
|ภายในและเทคโนโลยี
หน้าจอกลาง 12.3 นิ้วที่ใหม่เป็นอัปเกรดที่ดีอย่างยิ่ง มีความชาญฉลาดและใช้งานได้ง่าย รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ทำให้สะดวกในการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ยังมีจอคนขับขนาด 10.25 นิ้วที่แสดงข้อมูลได้ชัดเจน
สำหรับ Long Range มีการเพิ่มเบาะสไตล์สปอร์ตที่ดูเฉียบคม เบาะเย็นด้วยระบบที่สามารถเป่าลมเย็นได้ Wireless Charger 15 วัตต์ และแอร์ด้านหลังสำหรับความสดชื่นของผู้โดยสารท้าย ด้านการวางของใจนั้นมีพื้นที่พอสมควร แม้ว่าจะไม่มากมายนัก แต่การจัดพื้นที่นั้นมีความหวังแวนสำหรับอุปกรณ์ต่างๆ เช่นการวางโทรศัพท์ขนาดใหญ่สุดตัว Max ไม่เป็นปัญหา
|สัมผัสการขับขี่
นี่คือจุดประทับใจที่สุดของรถคันนี้ การเร่งของ MG4 นั้นราบรื่นและสมูทเมื่อเทียบกับเร็ว ไม่ว่าจะเร่งจากความเร็วต่ำหรือเร็ว การตอบสนองจึงยืดหยุ่นและนิ่มเนียน ไม่มีการดิ้นหรือแรงกระแทกแบบคาดไม่ถึง
จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของ MG4 คือช่วงล่าง มั่นใจและเกาะถนนได้ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะขับตรง เข้าโค้งแคบๆ ผ่านซิกแซก หรือเปลี่ยนช่องจราจร ล้วนแล้วแต่ให้ความรู้สึกมั่นใจทั้งสิ้น พวงมาลัยนั้นเฟิร์มและกระชับ ไม่เบาเกินไปและไม่หนักเกินไป องค์ประกอบทั้งสามนี้ (ช่วงล่าง พวงมาลัย และการตอบสนองของเร่ง) ก่อให้เกิดสัมผัสการขับขี่ที่มีคุณภาพสูง
การเก็บเสียงอยู่ในระดับกลาง จะมีเสียงลมและเสียงรบกวนเข้ามาเล็กน้อย เสียบจากหน้าต่างอย่างเช่นเมื่อขับด้วยความเร็วสูงหรือขับบนทางด่วน แต่ในการขับทั่วไปในเมือง การเก็บเสียงนั้นถือว่าปกติได้
|ระยะการวิ่งและแบตเตอรี่
MG4 Long Range ที่ทดสอบมีแบตเตอรี่ 62.2 กิโลวัตต์-ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ 540 กม. ตามมาตรฐาน NEDC จากการใช้งานจริง ในโหมด Normal เมื่อขับด้วยความเร็วสูงและการเร่งแซงเป็นประจำ ระยะวิ่งเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 350 กม. ต่อการชาร์จ หากขับด้วยสไตล์สปอร์ตที่เด่นชัดเพิ่มเติม ระยะอาจลดลงเหลือ 320 กม. แต่ถ้าขับเป็นหลักในเมืองหรือใช้โหมด Eco พร้อมปรับระบบ Regenerative Braking ให้สูง ระยะวิ่งสามารถเพิ่มขึ้นไปถึง 380-400 กม.
ข้อดีของการเป็นรถยนต์ไฟฟ้าคือความสนิทสนม ด้านการจอดรอสามารถจอดแช่ได้นานโดยแบตเตอรี่ลดลงเพียง 2% เท่านั้น ในระยะเวลารวมเกือบ 2 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังไม่มีมลพิษใดๆ เลยซึ่งเป็นจุดเด่นของรถไฟฟ้าโดยทั่วไป
|พื้นที่นั่งและความสะดวกสบาย
ด้านหน้านั้นให้ความรู้สึกโปร่งและสบายในการทำให้เบาะหรือจอดวิวจากหน้าต่าง แต่จากกระจกหลังอาจมีความจำกัดในด้านมุมมองเล็กน้อย ด้านหลังมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ไม่ได้กว้างเหมือนรถขนาดใหญ่ แต่พื้นที่บนเข่าและพื้นที่หัวค่อนข้างมีความอิสระเพียงพอสำหรับการนั่งปกติ
เบาะแถวหลังสูงกว่าเบาะด้านหน้า ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ปกติสำหรับรถสปอร์ต แต่ในกรณีนี้มันช่วยป้องกันการเมารถได้ดีพอสมควร อย่างไรก็ตาม การซึมซับแรงกระแทกด้านหลังนั้นรู้สึกแข็งกว่าด้านหน้าเล็กน้อย และมีจังหวะโยนเล็กๆเมื่อผ่านเนินหลุมพระลาน ผู้โดยสารด้านหลังควรลองนั่งจริงขับจริงเพื่อตรวจสอบความสบายของตนเอง
เบาะด้านหน้านั้นนั่งสบายและกระชับเหมาะสม เป็นแบบไฟฟ้าสำหรับการปรับท่านั่ง เบรกมือเป็นระบบไฟฟ้า และมีระบบออโต้เบรกด้วย
|พื้นที่เก็บของและอำนวยความสะดวก
พื้นที่ขาดหลังถือว่ายืดหยุ่นได้พอสมควร กระเป๋าขนาดใหญ่ประมาณ 28 นิ้วสามารถใส่ได้หากวางแนวขวาง และสามารถซ้อนกระเป๋าเล็กได้อีกหนึ่งใบ นอกจากนี้ยังสามารถพับเบาะแถวหลังเพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้งาน อย่างไรก็ตาม ประตูท้ายนั้นไม่มีระบบไฟฟ้า ต้องเปิดด้วยมือ
แท่นกลางมีช่องเก็บของและช่องต่างๆให้อย่างหลากหลาย แม้ว่าจะไม่มากมายนัก แต่การออกแบบนั้นตอบสนองการใช้งาน ช่องด้านล่างแท่นกลางนั้นขณะหากว่า แต่ไม่ค่อยสะดวกในการดึงของออก เนื่องจากอาจลืมว่าของอยู่ตรงนั้น ชิ้นส่วนวางขวดน้ำ Wireless Charger และพื้นที่วางของด้านบนนั้นสะดวกกว่าและใช้งานจริงได้ดีกว่า ช่องเล็กตรง Wireless Charger นั้นดึงดัดสำหรับโทรศัพท์ขนาดใหญ่สุดตัว Max ได้อย่างสะดวก ระบบแอร์ด้านหลังมี 2 ช่องเปิดปิดได้ และยังมีซ็อกเก็ต USB Type-C สำหรับการชาร์จอุปกรณ์
|บทสรุป
MG4 รุ่น 2026 ของเราคือรถยนต์ไฟฟ้าที่เน้นการขับขี่เป็นหลัก หากคุณเปรียบเทียบองค์ประกอบต่างๆของคันนี้ หลายจุดอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่จุดประทับใจสูงสุดของคันนี้คือการขับขี่ที่ราบรื่น มั่นใจ และสมูท ช่วงล่างเฟิร์มและเกาะถนน และพวงมาลัยกระชับเหมาะสม
หากคุณต้องการรถแบบครอบครัวทั่วไป MG4 อาจไม่เต็มใจตอบโจทย์ทั้งหมด เพราะเน้นด้านสปอร์ตมากกว่า แต่ถ้าคุณต้องการรถสปอร์ตที่เป็นครอบครัวด้วย โดยให้น้ำหนักกับการขับขี่สนุกมากกว่าพื้นที่เก็บของหรือความกว้างขวาง MG4 ก็ถือว่าเลือกได้ดี
สำหรับการเลือกระหว่าง Standard Range กับ Long Range นั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณ หากเป็นหลักในเมืองและชอบการชาร์จบ่อยๆ ตัว Standard Range ก็เพียงพอ หากต้องการความสะดวกและไม่อยากเปลี่ยนแปลงการจัดการแบตเตอรี่บ่อยๆ ตัว Long Range จะเหมาะสมกว่า โปรดสอบถามโปรโมชั่นและส่วนลดเพิ่มเติมก่อนการตัดสินใจซื้อ เนื่องจากอาจมีข้อเสนออื่นที่ดีกว่า
ข้อดี
- การเร่งราบรื่นและสมูทในทุกช่วงความเร็ว
- ช่วงล่างเฟิร์มและเกาะถนนยอดเยี่ยม
- พวงมาลัยเหมาะสม กระชับและไม่หนักเกินไป
- หน้าจอกลาง 12.3 นิ้วใหม่รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto
- เบาะนั่งสบายและกระชับสไตล์สปอร์ต
- ข้างหลังมีแอร์และซ็อกเก็ต USB Type-C
- จอคนขับ 10.25 นิ้ว
- การเก็บเสียงอยู่ในระดับพอสมควร
ข้อเสีย
- ระยะแล้วแต่สไตล์การขับ โดยเฉลี่ยประมาณ 350 กม. ในโหมดปกติ
- มุมมองจากกระจกหลังค่อนข้างแคบ
- พื้นที่ด้านหลังค่อนข้างจำกัด ไม่ค่อยกว้าง
- เบาะแถวหลังสูงกว่าด้านหน้า ทำให้ผู้โดยสารด้านหลังรู้สึกมีจังหวะกระแทกมากกว่า
- ช่องเก็บของด้านล่างแท่นกลางไม่ค่อยสะดวกในการใช้งาน
- ไม่มีประตูท้ายไฟฟ้า
- พื้นที่เก็บของท้ายรถจำกัด ไม่เหมาะสำหรับกระเป๋าขนาดใหญ่
สรุป
“MG4 คือรถยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสการขับขี่ที่สนุก นิ่ม และมั่นใจ หากคุณต้องการใช้งานเป็นหลักในเมืองหรือไม่ค่อยขับระยะไกล ตัว Standard Range ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าคุณชอบความสะดวกและไม่อยากเปลี่ยนแปลงการจัดการแบตเตอรี่บ่อยๆ ตัว Long Range จะตอบโจทย์ได้ดีกว่า”