

Aion V 500 Premium
2026 Suv · ฿869,900 · 7.7/10 เฉลี่ยจาก 2 รีวิว
autolifethailand official
1.2M ผู้ติดตาม·6 เดือนที่แล้ว·
TH
AION V 500 Premium!! เปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์ ได้หรู แบตเตอรี่เล็กลง ช่วงล่างดีขึ้น
Aion V 500 Premium — Smaller Battery, Improved Handling, Better Value
Aion V 500 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถขนาดใหญ่ในราคาจับต้องได้ โดยทำการลดขนาดแบตเตอรี่และฟังก์ชันบางอย่างลง แต่ยังคงระบบความปลอดภัยและความช่วยเหลือในการขับขี่ไว้ครบครัน ช่วงล่างมีการปรับปรุงให้แน่นและดีขึ้นกว่ารุ่นเก่า
ความประทับใจแรก
วันนี้ได้เปิดตัว Aion V 500 Premium ในงานมอเตอร์โชว์ ซึ่งเป็นเวอร์ชันสาธารณะอีกแบบของครอบครัว Aion V ที่มีการปรับเปลี่ยนสำคัญในเรื่องของแบตเตอรี่ที่เล็กลงจาก 75.2 kWh เหลือ 65.4 kWh ทำให้ระยะวิ่งลดลงจาก 602 กม. เหลือ 500 กม. ตามมาตรฐาน NEDC และคาดว่าวิ่งจริงอยู่ที่ประมาณ 470-480 กม. ต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง
การปรับลดนี้ทำขึ้นเพื่อให้ราคาลดลงได้ประมาณ 100,000 บาทเมื่อเทียบกับรุ่น 602 Luxury ซึ่งคาดว่ามีราคาประมาณ 7 แสนบาท แต่สิ่งที่น่ายินดีคือ Aion V 500 ยังคงระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่ไว้ครบครัน เช่นเดียวกับรุ่นท็อป
ดีไซน์ภายนอก
ด้านภายนอก Aion V 500 ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเวอร์ชันเก่า ยังคงรูปทรงกล่องไฟฟ้า SUV ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Aion V ด้วยไฟหน้า LED ที่ออกแบบสวยงามและมีระบบเปิดปิดอัตโนมัติ ล้อยาง 19 นิ้ว ขนาด 225/45 R19 เหมือนเดิม และที่ชาร์จไฟอยู่ด้านข้างมี AC 6.6 kW และ DC ที่ลดลงมาเป็น 150 kW (จากเดิม 170 kW)
กระจกมองข้างมีไฟเลี้ยว ราวหลังคาท้องถนนใจสเตนเลส และระบบเปิดล็อครถอัตโนมัติเมื่อเดินออกจากรถ ไฟท้าย LED สวยงามพร้อมเซ็นเซอร์เตือนการชนด้านหลัง ที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีขนาดใหญ่มากและสามารถปรับเบาะหลังให้แบนราบเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของได้
ภายในและเทคโนโลยี
ภายในห้องโดยสาร Aion V 500 ยังคงความสะดวกสบายของรุ่นบน ด้วยหน้าจอ 14.6 นิ้วขนาดใหญ่ Apple CarPlay และ Android Auto ทั้งแบบไร้สายและมีสาย ระบบชาร์จไร้สาย 50 วัตต์ แม้ว่า USB-A เป็นหลัก แต่มี USB-C สำหรับชาร์จเท่านั้น เบาะนั่งคู่หน้าเป็น PVC สังเคราะห์แต่ตัดตัดสไตล์หรูหราเหมือนหนังแท้ ปรับพนักเบาะได้หลายระดับและมี seat ventilation (ระบายความร้อน)
ที่หายไปในรุ่นนี้ คือ ตู้เย็นที่วางของและเบาะนวด โต๊ะวางของด้านหลังของเบาะคู่หน้าก็ไม่มีเช่นกัน ไฟส่องกระจกด้านข้างเปลี่ยนเป็นหลอดธรรมดาแทนไฟ LED สำหรับเซ็นเซอร์วัด PM 2.5 ก็หายไป แต่ระบบกรองแอร์ PM 2.5 ยังมีให้อยู่เหมือนเดิม พวงมาลัยมีเมนูปุ่มลัดได้เซต ช่องแอร์แยกสองด้าน ไฟส่องห้องโดยสาร LED มีระบบ OTA สำหรับอัปเดตซอฟต์แวร์อัตโนมัติโดยไม่ต้องเข้าศูนย์บริการ
สัมผัสการขับขี่
ขับลองในโหมดประหยัดและโหมดสบาย ความรู้สึกโดยรวมดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากรุ่นเก่า ช่วงล่างมีการปรับเซตให้แน่นขึ้นทำให้รถไม่โยนตัวมากนัก และเมื่อเลี้ยวมุมก็ให้ความรู้สึกมั่นใจและเสถียรมากขึ้น พวงมาลัยตอบสนองดีและไม่ต้องดึงมากเกินไป ปรับแอร์ลดลงนิดหน่อยก็เหลือเฟืองแรงดึงยาง 225/45 ยังให้ความนุ่มนวลอยู่แม้ว่าจะแข็งตัวขึ้นก็ตาม
เมื่อปรับไปโหมดสปอร์ต ความแรงของมอเตอร์ (ประมาณ 200 กว่า แรงม้า) ให้อัตราเร่งที่เพียงพอ แม้ว่าจะไม่ถึงขนาดกระชากแต่เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ระบบควบคุมการหน่วงพลังงาน (Recuperation) มีเพียงโหมดอ่อนและกลาง ผมอยากให้มีโหมดสูงด้วยเพื่อช่วยในการใช้งานในเมืองและลดการกดเบรก วิ่งด้วยความเร็ว 108-110 กม./ชม. เสียงลมและเสียงยางเข้ามาสักเล็กน้อย แต่โดยทั่วไปห้องโดยสารค่อนข้างเงียบสงบ
ความคุ้มค่าและแนวโน้ม
ที่ราคาที่คาดคะเนประมาณ 700,000 บาท Aion V 500 ให้คุณค่าที่ดีสำหรับระดับราคา เมื่อเทียบกับรถ B-SUV ของแบรนด์ญี่ปุ่นในช่วงราคาเดียวกัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถ Hybrid หรือรถสันดาปอยู่ Aion V 500 ให้ข้อได้เปรียบในด้านขนาดห้องโดยสาร ฟังก์ชันเทคโนโลยี และอัตราเร่ง แม้ว่าแบตเตอรี่เล็กลง แต่ 470-480 กม.ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งก็พอเพียงสำหรับการใช้งานในเมืองและการเดินทางในวันธรรมชาติ
ใน งานมอเตอร์โชว์นี้ JCON ยังมีแคมเปญพิเศษสำหรับผู้ที่มาเทรดอินรถแบรนด์อื่นเพื่อเปลี่ยนมาใช้ Aion V ทุกรุ่น ซึ่งเป็นโอกาสดีสำหรับผู้สนใจที่จะประหยัดเพิ่มเติม เรายังเห็นว่ามี EX5 Plus ซึ่งเป็นคู่แข่งในระดับราคาใกล้เคียง
สรุปและคำแนะนำ
Aion V 500 Premium เป็นตัวเลือกที่สมหวังสำหรับผู้ที่ต้องการรถ SUV ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เนื่องจากการปรับปรุงช่วงล่างที่ชัดเจน ท่าทีขับขี่ที่ดีขึ้น และการเก็บสิ่งของที่มากมาย ข้อเสียหลักคือการลดลงของระยะวิ่ง (500 กม.) ไม่มีเบาะนวด ไม่มีตู้เย็น และเบาะเป็นสังเคราะห์ แต่ระบบความปลอดภัยและฟังก์ชันการช่วยเหลือการขับขี่ยังเป็นจุดแข็ง
สำหรับผู้ที่ต้องการระยะวิ่งไกลสูงสุดและอยากได้เบาะหนังแท้พร้อมเบาะนวด ควรพิจารณารุ่น 602 Luxury แทน แต่หากจับต้องงบประมาณอย่างแน่นหนา Aion V 500 ก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสมและน่าพิจารณาอย่างยิ่ง คุณภาพการประกอบดี บริการหลังการขายของ JCON ก็ดีไม่น้อย และมีโรงงานซ่อมบำรุงแบตเตอรี่ของตัวเองทำให้ลูกค้าใจเย็นได้
ข้อดี
- ห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบายที่สุดในคลาส
- ช่วงล่างดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แน่นและเสถียรมากขึ้น
- ระบบความปลอดภัยและช่วยเหลือการขับขี่ครบครัน เทียบเท่ารุ่นบน
- เบาะปรับพนักได้หลายระดับ มี seat ventilation
- ที่เก็บของด้านหลังใหญ่มาก พับเบาะได้หลายแบบ
- ฟังก์ชันเทคโนโลยี Apple CarPlay Android Auto OTA มาครบ
- ที่มีหน้าจอ 14.6 นิ้ว มีระบบชาร์จไร้สาย 50 วัตต์
ข้อเสีย
- แบตเตอรี่เล็กลงเหลือ 65.4 kWh วิ่งจริง 470-480 กม.เท่านั้น
- ชาร์จไฟ DC ลดลงเป็น 150 กวัตต์ จาก 170 กวัตต์
- เบาะเป็น PVC สังเคราะห์ไม่ใช่หนังแท้
- ตู้เย็นที่วางของหายไป
- เบาะนวดหายไป เหลือแค่ระบายความร้อน
- โต๊ะวางของด้านหลังของเบาะหน้าหายไป
- ไฟส่องกระจกด้านข้างเป็นหลอดธรรมดา
- ระบบควบคุมการหน่วงพลังงาน มีแค่โหมดอ่อนและกลาง ขาดโหมดสูง
สรุป
“Aion V 500 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถไฟฟ้า SUV ขนาดใหญ่ที่ใจเย็นสบายในราคาที่เข้าถึงได้ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ต้องการระยะทางวิ่งไกลมากและพร้อมยอมรับการลดลงของฟังก์ชันเสริมบางอย่าง ถ้าต้องการแบตเตอรี่ใหญ่และระยะวิ่งไกลกว่า ควรพิจารณารุ่น 602 Luxury แทน”




































