


MG IM6
2025 Suv · ฿1,349,900 – ฿1,749,900 · 8.1/10 เฉลี่ยจาก 2 รีวิว
autolifethailand official
1.2M ผู้ติดตาม·1 ปีที่แล้ว·
TH
ขับโคตรดี!! MG IM6 Performance AWD ได้แรง ได้ไฮเทค ได้ช่วงล่างเทพ ท้าชนได้ทุกแบรนด์ ยันTesla Model Y
MG IM6 Performance AWD: Powerful, High-Tech, Phenomenal Chassis – Ready to Challenge Every Brand Including Tesla Model Y
IM6 Performance AWD ท็อปสุดของ MG นี่จริงๆ ขับแล้วประทับใจอย่างมากเลย ช่วงล่าง adaptive ทำให้ขับได้นุ่มเนียบแต่แน่นเหมือนรถยุโรป แรง 778 แรงม้า 800 นิวตันเมตร อัตราเร่งโคตรดี ระบบช่วยขับฉลาด และสำคัญที่สุดราคาไม่ถึง 1.7 ล้านบาท คุ้มค่าเหลือเกิน
ความประทับใจแรก
วันนี้ได้โอกาสลองขับ MG IM6 Performance AWD ที่ท็อปสุดของแบรนด์ ด้วย 778 แรงม้า 802 นิวตันเมตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคาไม่ถึง 1.7 ล้านบาท จริงๆ สิ่งที่ทำให้ตัวอย่างแรกนี้ประทับใจอยู่ก็คือผลประสิทธิภาพที่เกินความคาดหมาย ที่ไม่ได้มาแค่มีแรงแต่มีการควบคุมและการรักษาเสถียรภาพที่ดี
เมื่อนั่งเข้าไปในเจ้า IM6 ฟีลลิ่งแรกที่ได้รับก็คือความแน่นเหมือนขับรถยุโรป ช่วงล่างไม่มีความว่องไว้หรือวิบวับแต่อย่างใด นั่งหลังแล้วก็ติดใจที่ว่าพื้นที่นั่งกว้างขวาง และระบบเตือนรอบตัวรถมีครบครัน
ดีไซน์และคุณสมบัติหน้าตา
หน้าตาของ IM6 อาจจะไม่ได้โดนใจทุกคน บางท่านมองว่าเด้งๆแปลกๆ แต่จากมุมการออกแบบดีไซน์สปอร์ต ดูสมเหมาะกับการใช้พลังงานไฟฟ้าอันมหาศาล ด้านหลังคามี panoramic glass roof ซึ่งวันนี้ทดสอบแล้วพบว่าเลนส์ฉนวนทำงานได้ดีมากๆ มือจับแล้วไม่ร้อนเลยแม้ว่าแดดฉายอยู่ก็ตาม
กระจกมองหลังค่อนข้างแคบจริง แต่ MG แก้ปัญหาด้วยการใส่กล้องมองหลังที่มีมุมมองกว้างและชัดเจนกว่ากระจกเดิมมากเพียงแต่หมุนวงแหวนเล็กๆก็สามารถเปลี่ยนจากกระจกเป็นกล้องได้ทันที ปรากฏว่าเป็นโซลูชั่นที่ฉลาดมากๆ
ช่วงล่างและการขับขี่
นี่คือจุดเด่นของ IM6 มากที่สุด ช่วงล่างเป็นระบบถุงลม adaptive ที่ปรับตัวตามความเร็วและโหมดการขับอย่างอัจฉริยะ ในโหมด Eco ความนุ่มนวลเพิ่มขึ้นเพื่อเก็บพลังงาน โหมด Normal ลงตัวสมดุลระหว่างสบายและการตอบสนอง ส่วนโหมด Sport ความแข็งเพิ่มขึ้นมาก พวงมาลัยก็หนักขึ้น มีความคมชัดมากขึ้นสำหรับการขับแบบบ้าคั่งแต่ในชีวิตประจำวัน Normal ก็เพียงพอแล้ว
การเปลี่ยนเลน IM6 ไม่มีการโยนหรือกระด้างเลย ระบบ adaptive suspension ดูดซับความไม่เสมอของพื้นถนนได้ยอดเยี่ยมจนแม้กระทั่งเจอถนนขรุขระ ก็สามารถปรับโหมดเป็น Eco เพื่อให้ช่วงล่างนุ่มลงไปเพิ่มเติม ผลการปรับที่โดดเด่นทำให้รู้สึกว่าอาการกระสะเทือนหายไปเสียชาวนะครับ
แรง 778 แรงม้า 802 นิวตันเมตร นั่นมิใช่เลขบนกระดาษแต่ฟีลลิ่งจริงเมื่อเหยียบอย่างเต็มที่ แรงดึงตัวรถไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ในโหมด Sport ต้องระวังเวลาเหยียบเพราะแรงตอบสนองก็แทบจะชนการเก็บรถไม่ทัน ส่วน adaptive cruise control เมื่อติดรถหน้ามีการตัดเบรกจะนุ่มมากแม้หัวไม่ปั่นเลย
ระบบสติ้นนวลการจอด
ระบบช่วยถอยจอดของ IM6 นี่เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นเด่นที่สุด เมื่อตั้งให้ระบบค้นหาที่ว่าง ระบบจะคำนวณว่าที่ว่างนั้นเหมาะสมหรือไม่แล้วถอยเข้าไปได้อย่างแม่นยำ ตัวอย่างจากวันนี้ เราลองเข้าจอดในที่เพื่อให้รถหน้ากัน ถ้าเป็นรถทั่วไป คนขับหลายๆคนอาจจะเข้าออกไม่ได้ แต่ IM6 ถอยเข้าไปแล้วออกมาได้เรียบร้อยโดยใช้ระบบถอยจอดอัตโนมัติอย่างไม่มีปัญหา
นอกจากนี้ยังมี 4-wheel steering ที่ทำให้วงเลี้ยวแคบลงได้เหมือนรถ EV ขนาดเล็ก ยูเทิร์นในที่จำกัดได้สบายๆ เข้าและออกจากที่ต่างๆได้ง่ายมากขึ้น สำหรับคนขับผู้หญิงหรือผู้ที่ยังไม่ถนัดการเข้าจอดในที่แคบ ระบบนี้ช่วยลดความเครียดได้มากเลย
ระบบช่วยขับและเทคโนโลยี
IM6 มาพร้อมกับระบบช่วยขับที่ครบครันตั้งแต่การเตือนรถออกนอกเลน การรักษาเลน adaptive cruise control ที่มีความเรียบ สมูทในการเร่งและชะลอ ระบบแซงอัตโนมัติที่สามารถช่วยบ้างแต่ระวังรถเข้าเลนอื่นขณะกำลังจะแซง ลั่ว ระบบจะไม่บังคับออกเลน
หน้าจอ infotainment ขนาดใหญ่ 10.5 นิ้ว บวกกับหน้าจอระหว่างพวงมาลัย 26 นิ้ว ยิ่งทำให้ระบบสารสนเทศดูทันสมัย แค่ว่าต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับระบบนิดหน่อยเพราะมี info เยอะมากและวางไว้หลายๆที่ กล้องมุมมองพอพอเมื่อเปิดไฟเลี้ยว หลังจากสัมผัสจริงๆแล้ว ทั้งความเร็วในการตอบสนองและความเสถียรของระบบดึงความสนใจในเชิงบวกอยู่มากมายครับ
พวงมาลัยและความรู้สึกในการขับขี่
พวงมาลัยของ IM6 มีขนาดใหญ่หน่อยซึ่งบางคนไม่ชอบแต่ยังแม่นยำดีในการควบคุม ด้านดีคือเมื่อเลี้ยวมุมแคบไม่ต้องเลี้ยวหลายรอบ เลี้ยวประมาณรอบเดียวครึ่งก็ไปได้แล้ว ในโหมดต่างๆพวงมาลัยมีอักษรความแตกต่าง Sport หนักและแข็ง Normal ลงตัว Eco เบาสบาย
การถือตัวเมื่อเลี้ยว IM6 ทำได้อย่างเสถียรจนแม้แต่ความเร็ว 110-120 กม./ชม. เลี้ยวได้แน่นไม่เห็นตัวรถไม่โยน การลอยตัวของตัวรถเหมือนกับว่าผิดหวังเมื่อเทียบกับมันเก็บดีมาก การเบรกอีกด้านที่ดีมากเพราะเมื่อสัมผัสจริงจากความเร็ว 120 มาบ 80 กม./ชม. ของเมื่อก่อน เบรกสมูทมากหัวไม่ปั่นเลยจึงดูเหมือนว่าระบบเบรกอดปั่นหรือโหมด auto hold ทำงานได้ประเทศยอด
ราคาและความคุ้มค่า
ที่ราคาตัวท็อป 1 ล้าน 690,000 บาท IM6 ก็ถูกกว่า Toyota Camry และ Honda Accord ในตัวเดียวกัน และอย่าลืมว่าเจ้า Accord ราคา 1.6+ ล้านบาท ท้ายของพวกเขาเป็นช่วงล่างแบบแกร่ง แต่การโยนของรถก็สูงไป IM6 แก้ปัญหาที่ว่านี้ด้วยช่วงล่าง adaptive ที่สามารถลดการโยนนั่นได้อย่างมาก นอกจากนี้ยังมี 4-wheel steering ซึ่งรถในกลุ่มเดียวกันไม่มี
เมื่อเปรียบเทียบถึง BYD Seah 7X ตัวท็อป ราคาประมาณ 2+ ล้านบาท ทำให้ IM6 คุ้มค่าเกินความคาดหมายมากๆ เพราะแม้ว่า 7X อาจมีหน้าตาสปอร์ตกว่า IM6 ช่วงล่างและพลังของ IM6 นั้นช่วงสีชนะให้ได้ในด้านเหล่านี้จริงๆ
สรุป
MG IM6 Performance AWD เป็นรถไฟฟ้าที่พัฒนาตัวเองออกมาได้ดีจนเกินความคาดหมาย ช่วงล่าง adaptive ทำให้ขับได้นุ่มเนียบแต่แน่นที่ไม่มีการกระด้างให้เห็นเลย พลังงาน 778 แรงม้า 802 นิวตันเมตร นั่นมิใช่เลขบนกระดาษแต่ฟีลลิ่งจริงที่ตอบสนองต่อท่าเหยียบแป้นเสบียงได้อย่างรวดเร็ว ระบบช่วยขับครบครันตั้งแต่การจอดไปจนถึงการขับบนทางด่วน
ถ้าคุณกำลังมองหารถไฟฟ้าที่ขับได้ดี มีพลัง แน่นหนึบ และยังเข้าจอดได้ง่ายๆโดยใช้งบประมาณที่ไม่เกิน 1.7 ล้านบาท IM6 คือคำตอบที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ขอแนะนำให้ไปลองขับด้วยตัวคุณเองแล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมผมถึงประทับใจ IM6 คืนคุณค่าให้มากกว่าที่คิดจริงๆครับ
ข้อดี
- ช่วงล่าง adaptive ปรับขึ้นลงตามความเร็วและโหมดขับ นุ่มแน่นเยี่ยม
- แรง 778 แรงม้า 800 นิวตันเมต อัตราเร่งดีสุดและสมูท
- พวงมาลัยแม่นยำเซตตัวลงตัวในโหมด Normal
- ระบบช่วยถอยจอดอัจฉริยะ วงเลี้ยว 4 ล้อแคบๆเหมือน EV ขนาดเล็ก
- ระบบช่วยขับครบครันเตือนล้อหนีเลน รักษาเลนแซงอัตโนมัติ
- ระบบเบรค adaptive cruise ยุบตัวลดความเร็วแบบสมูท ไม่ปั่นหัว
- กล้องมุมมองด้านหลังกว้างและชัดกว่ากระจกเดิม
- หลังคา panoramic roof ไม่ร้อนเพราะฉนวนใจเกินดี
ข้อเสีย
- พวงมาลัยยังปรับเป็น Manual ไม่ได้เป็นไฟฟ้า ควรเป็นไฟฟ้าสำหรับรถไฮเทคขนาดนี้
- ในโหมด Sport รู้สึกแข็งและหนักไปหน่อย ไม่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน
- กระจกมองหลังแคบมากท่าหลังดูยากหน่อย ต้องใช้กล้องมองหลัง
- หน้าตาไม่ได้โดนใจทุกคน บางคนมองว่าแปลกๆ
- พวงมาลัยมีขนาดใหญ่ รู้สึกเยอะไปหน่อย ไม่พอคมสไตล์รถยุโรป 100%
สรุป
“MG IM6 Performance AWD เป็นรถไฟฟ้าที่ขับได้ดีมากๆ เกินความคาดหมาย แรงแน่นหนึบและมีระบบอัจฉริยะตั้งแต่ช่วงล่าง การขับขี่ จนถึงระบบช่วยจอด ใครที่อยากได้รถไฟฟ้า แรงดี ขับสบาย เข้าจอดง่าย ต้องลองขับมาดูเอง IM6 คืนคุณค่าให้คุณมากกว่าที่คิด”




































